Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 13

    ค่ายชลฯ

     

    ไม่เขียนอะไรมาก เอามาแปะหนึ่งรูป แทนความทรงจำล้านคำ

     

     

    สวยงามมีคุณค่า ดีใจที่ได้ไปกับเธอ ..ค่ายชลฯ

     

    November 08

    Surrealism

     

    ในคาบ Design in Everyday Life อาจารย์จุฑามาศให้พวกเราดูรูปๆ หนึ่ง ซึ่งในรูปนี้มีข้อความประกอบเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งอาจารย์ได้แปลไว้ว่า

     

    'สิ่งนี้ไม่ใช่ไปป์'


    อาจารย์ถามนิสิต
    ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช่ไปป์ แล้วทุกคนคิดว่าเป็นอะไร


    ...
    (ลองทายกันมั้ย?)


    พวกเราในห้องก็ต่างเดากันไป แซกโซโฟน? แก้วน้ำ? ที่ครอบเทียน?


    ..คำตอบ

    อาจไม่ใช่คำตอบ

    สิ่งนี้ไม่อาจใช่อื่นใดได้นอกจากรูปภาพ รูปภาพของสิ่งๆ หนึ่งที่เราใช้คำแทนสิ่งนั้นว่า ไปป์

    ..

    แต่สิ่งที่เราเรียกว่า ไปป์ แน่หรือใช่สิ่งที่เห็น

    สิ่งที่เห็น แน่หรือว่าเป็นสิ่งที่ใช่

     

    ..

    เว้นที่ว่างให้คิดต่อ

     

     

    อีกประเด็นที่แตกต่างอย่างเกี่ยวเนื่อง

    อาจารย์ให้เราดูภาพยนตร์เรื่อง Final Score ที่เกิดข้อคำถามที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในโรงว่า "fake รึเปล่า"
    อาจารย์เคยได้เชิญผู้กำกับเรื่องนี้มาสอนวิชาหนึ่ง และผู้กำกับท่านนั้นก็ได้รับคำถามๆ นี้จากนิสิต ท่านผู้กำกับและช่างกล้องตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ไม่มีการfakeเลย อาจารย์จุฑามาศก็ถ่ายทอดให้พวกเราฟัง

    ภายในคลาสของเรามีนิสิตวิศวะคนหนึ่ง เอ่ยเสนอความคิดเห็นขึ้นมาว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการเซตฉาก เซตบทพูด แต่การที่เราแต่ละคนรู้ว่ามีกล้องกำลังถ่ายเราอยู่ มันก็ต้องมีการเล่นบ้าง มันก็อาจจะไม่ใช่ความเป็นจริง จริงๆ  (เราเห็นด้วยกับคำกล่าวเต็มที่)

    แล้วอาจารย์จุฑามาศก็กล่าวว่า "อืมค่ะ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าในชีวิตเราจริงๆ เราไม่ได้แสดงอยู่"

    ...

    "เรารู้ได้อย่างไรว่า ตอนนี้เป็นตัวเราจริงๆ หรือตอนนี้กำลังเล่นบทอะไร หรือตอนไหนคือตัวเราจริงๆ"

    ..

     

     


    การลงเรียนวิชานี้ในเทอมสุดท้ายในจุฬาฯ ของโอ๊ด ถือได้ว่าคุ้มค่าตั้งแต่เริ่มการเรียนการสอนสัปดาห์แรก.

    November 06

    NISSAN PIVO2

     

    อย่าคิดว่าโอ๊ตจะได้ค่าโฆษณาจาก NISSAN นะ แต่นวัตกรรมที่นิสสันเขาสร้างขึ้นมา ทำให้ไม่สามารถรั้งใจไว้ไม่ให้บอกต่อได้

              เรื่องเด่นนี้ โอ๊ตอ่านเจอจากเซคชั่น 'จุดประกาย' ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในคอลัมน์ Life-LifeStyle ด้วยชื่อคอลัมน์ 'วิ่งไปข้างหน้า...อย่างน่ารัก' ซึ่งเป็นบทความที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการเปิดตัวรถในอนาคตของบริษัทต่างๆ ที่งานโตเกียวมอเตอร์โชว์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป โดยมีค่ายรถเด่นๆ ดังๆ พากันยกพลมาประชันกันด้วย 'ดีไซน์' และที่โดนใจผู้เขียน(และโอ๊ต)มากที่สุดก็คือ เจ้าพิโว2 ของค่ายนิสสัน

    ผู้เขียนบทความเขากล่าวถึงเจ้าพิโว2ไว้ว่า

    "จากการค้นคว้าวิจัยของนิสสัน พบว่า ผู้ขับขี่ที่อยู่ในสภาวะที่พร้อมหรือในห้วงอารมณ์ที่ดีจะไม่พบอุบัติเหตุ และเชื่อว่ายานยนต์สามารถสร้างความรู้สึกพึงพอใจ รวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์ในการมีส่วนร่วมจะช่วยผู้ขับขี่ให้ขับขี่ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย พิโว 2 จึงสร้างตามหลักการของหุ่นยนต์ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างรถกับผู้ขับขี่ด้วยความรู้สึกที่พอใจและมั่นใจ

    เราจะพบกับหุ่นยนต์ตัวน้อยๆ ในแผงควบคุม มันจะทำหน้าที่เจรจาเจื้อยแจ้วกับคนขับตลอดเวลา นอกจากการให้ข้อมูลที่ผู้ขับขี่ต้องการรับทราบแล้วมันยังสามารถประเมินได้ว่าจะลดหรือเพิ่มความเร็ว โดยจับสัญญาณจากใบหน้าของคนขับ เรียกได้ว่า หุ่นยนต์จะทำหน้าที่อ่านสัญชาตญาณต่างๆ ของคนหลังพวงมาลัย เช่น หากคนขับโยกหรือสั่นศีรษะแสดงว่า ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น แต่อยู่ๆ ถ้าคนขับตกใจอ้าปากกว้าง หุ่นตัวน้อยก็จะสั่งลดกำลังเครื่องยนต์ทันที

    การสื่อสารต่างๆ ระหว่างรถกับผู้ขับขี่จะช่วยสร้างความปลอดภัยและความสนุกในการขับขี่..."

     

    และอีกทั้งข้อมูลที่สำคัญที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ในด้านความคล่องตัวในการขับขี่ก็คือ

    "หนึ่งในความสุดยอดของรถในอนาคตคือ ต้องสามารถจอดในพื้นที่แคบๆ ตามท้องถนน ได้ นิสสันจึงเลือกให้ พิโว 2 หมุนห้องโดยสารได้รอบตัวซึ่งเป็นคุณสมบัติของระบบ 'Metamo' (variable geometry) ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองตรงไปยังด้านหน้าอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าในขณะขับรถเข้าจอดในลักษณะขนานหรือขับออกจากช่องจอด พิโว 2 สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป รวมไปถึงประสิทธิภาพในการควบคุมทิศทางของล้อทั้งสี่เป็นไปอย่างอิสระ การเคลื่อนที่ของยางเกิดจากการควบคุมของแขนมอเตอร์ทำให้ พิโว 2 สามารถเคลื่อนตัวไปในทิศทางด้านข้าง เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าจอดในที่คับแคบ

    การเปลี่ยนทิศทางอย่างง่ายดายจากระบบ Metamo นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าจอดแล้วยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับเคลื่อนและความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น ระบบจะควบคุมตำแหน่งของล้อโดยอัตโนมัติ ตามเงื่อนไขของการขับขี่ จากน้ำหนักที่ตกลงบนล้อทั้งสี่ ล้อจะสามารถหมุนถอยหลังในขณะที่กดคันเร่งพารถวิ่งไปยังด้านหน้า หรือบางครั้งรถอาจจะวิ่งเดินหน้าในขณะที่ถอนคันเร่งหรือส่งแรงไปยังล้อด้านนอกเพื่อช่วยในการเลี้ยวขณะเข้าโค้ง"

     

    โอ๊ตขอย้ำคำเดิมตามที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้เพื่อปิดบทความก็คือ

    รถยุคหน้าทั้งฟอร์มและการขับเคลื่อนกำลังจะเปลี่ยนไป...

    คุณพร้อมลองขับหรือยัง.

     


    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/06/WW06_0611_news.php?newsid=199340

    แนะนำให้ดูอย่างแรง!! ที่นี่ http://www.nissan-global.com/EN/PIVO2/

    November 02

    2 เดือนจากนี้..

     

    นับจากวันนี้ คืนของวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ จนถึงวันสิ้นปี ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ นี้ ฉันยังจะทำตัวเหมือนเดิม และฉันจะยังคงรักษาความรู้สึกเดิม

    ฉันยังจะพยายามก้าวต่อไปกับเรื่อง..ทั้งหมดนี้

    แต่ หลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ สิ้นสุดลง
    และ ก้อนหินที่ฉันพยายามค่อยๆ โยนมันลงไปมานานนั้น มันไม่ได้ทำให้น้ำบ่อนี้กระเพื่อมได้เลย

     

    ฉัน จะหยุด

     


    ฉันจะเริ่มเช้าวันใหม่ของวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๑ ด้วยความรู้สึกใหม่ๆ
    หัวใจของฉันจะว่างเปล่าลง
    ฉันจะโยนทิ้งความคาดหวังที่ไม่อ้างอิงความจริงทิ้งไป
    ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่
    ฉันจะไม่ใช่คนๆ เดิม
    ฉันจะไม่ใช่คนที่จะรักใครง่ายๆ อีกต่อไป
    ฉันจะไม่เชื่อลางสังหรณ์ลางสังเห่าอะไรของตัวเองอีกต่อไปในเรื่องของความรัก

     

    ฉันจะหยุด "ความโง่" ของตัวเอง ..สักที

    I promise.