Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 22

    บทเพลงจากห้วงแห่งความอ่อนไหว

     

     

    ฝัน-หวาน-อาย-จูบ - ออกัส Ft.พลอย ณัชชา

    ล้านนา จุฬา ขันโตก


    เพิ่งกลับมาจากช่วยงานชมรม(ล้านนา) ในงานขันโตกที่ถือว่าเป็นงานใหญ่ของชมรม

    เรารู้สึกดีมากกับบรรยากาศ ไม่ใช่บรรยากาศของงานนะ แต่เป็นบรรยากาศของคนที่สนิทสนมกันมาทำกิจกรรมร่วมกัน

    การได้เจอกัน ได้คุยกัน ได้แกล้งกัน ได้หัวเราะกัน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นฟัง ได้รับฟังเรื่องราวชีวิตต่างๆ ของ 'เพื่อน' ของเรา ซึ่งไม่จำเป็นต้องอายุเท่ากัน

    ฉันคิดว่าการแสดงบนเวที ความตลกของพิธีกร อาหารภาคเหนือบนโตกมันเป็นแค่เพียง 'ปลายทาง' เท่านั้น และฉันคิดว่าสิ่งที่เราคนทำกิจกรรมได้รับและเรียนรู้คือ 'ระหว่างทาง'

    ฉันมีความสุขมากกับการดูดดื่มซึมซับ 'บรรยากาศ' ในวันนี้

    ฉันมีความสุข

    November 09

    กลิ่นละครนิเทศ


    ได้ดูซิตคอมเรื่องใหม่ "เนื้อคู่ประตูถัดไป" กันรึเปล่า

    เราโคตรชอบเลยอ่ะ มันให้บรรยากาศของละครนิเทศที่เราชอบดูมากๆ

    ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่มันเหมือนละครนิเทศ ก็เพราะทีมเขียนบทเรื่องนี้ก็เคยทำละครนิเทศมาก่อน

    และก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของตัวแสดง มี โอปอล คนเดียวก็ตลกได้ตลอด สมแล้วที่เป็นเด็กนิเทศจุฬา

    มีเรื่องนี้ให้ดูทุกวันเสาร์ก็เหมือนได้ดูละครนิเทศทุกสัปดาห์เลยทีเดียว

    ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รสชาติของละครนิเทศอย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ก็ได้กลิ่นโชยอยู่ตลอดนะ

    ซึ่งเป็นกลิ่นที่แรงเตะจมูกบวมกันเลยทีเดียว

    ..

    ถือโอกาสโฆษณาให้เขาเลยละกัน ละครซิตคอมเรื่อง เนื้อคู่ประตูถัดไป นำแสดงโดย พอลล่า ซันนี่ โอปอล ร่วมตามหาเนื้อคู่พร้อมเสียงหัวเราะได้ทุกวันเสาร์เวลา 14 นาฬิกา ทางโมเดินไนน์นะจ้ะ

    ใครอยากดูย้อนหลังดูได้ที่ www.me.in.th/live ร่วมโหวตให้รายการโปรดด้วยก็ดีนะ

    www.truelovenextdoor.com

    November 05

    หัวข้อความคิดจาก Follow Your Heart


    " Follow Your Heart ก้าวไปตามใจฝัน "

    เป็นหนังสือที่เราอ่านสองรอบต่อกันในทันที ซึ่งตั้งใจไว้ระหว่างอ่านรอบแรกอยู่แล้วว่า เมื่ออ่านรอบที่สองเราจะจดสิ่งที่ได้ออกมาเป็นหัวข้อพร้อมไปด้วย ซึ่งนอกจากเขียนลงสมุดบันทึกเก็บไว้อ่านเองแล้ว ก็อยากเขียนลงบลอคไว้ด้วย เผื่อใครมาอ่านเจอจะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง ซึ่งเราคงไม่เอาไปบอกไปแนะนำใครก่อนที่เขาจะถามหรอกเพราะในเล่มนี้ได้บอกเราไว้ในเรื่องนี้ด้วย(ข้อ11)

    จะว่าไปแล้วเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มีมากกว่าชื่อหนังสือนัก ถ้าหากชื่อหนังสือไม่ถูกใจก็อย่าไปใส่ใจดีกว่า หัวข้อความคิดทั้งหมดที่เรารวบรวมได้มีดังนี้

    1. โลกเหมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ เป็นชั้นเรียนแห่งชีวิต เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้

    2. บทเรียนชีวิตเกิดขึ้นต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

    3. บทเรียนใดๆ เมื่อเราได้เรียนรู้และสอบผ่านแล้วบทเรียนนั้นจึงจะจบลง มิฉะนั้นเรายังคงได้รับบทเรียนนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

    4. จงใช้ชีวิตราวกับว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนมีจุดมุ่งหมาย

    5. สถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นใหม่ คือสถานที่ที่กำลังอยู่

    6. ใส่ใจกับสัญญาณเตือนภัย

    7. ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีแต่ความเจ็บปวดเสมอไป แต่ความเจ็บปวดยังคงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้น

    8. ทุกคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเราล้วนเป็นครูของเรา เนื่องจากเขาช่วยให้เรารู้ว่าขีดจำกัดของเราอยู่ตรงไหน และควรจะพัฒนาในจุดใดบ้าง

    9. ทีละขั้น

    10. ถามตัวเองอยู่เสมอว่า "ฉันกำลังเรียนรู้อะไรจากเจ้าสิ่งนี้"

    11. การแนะนำบทเรียนให้ผู้อื่น ถ้าไม่มีใครถามแสดงว่าพวกเขายังไม่ต้องการข้อมูลหรือคำแนะนำใดๆ

    12. เราได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตเหล่านั้นตามลำดับที่เหมาะสม

    13. โลกนี้ไม่ได้ชอบพอใครเป็นพิเศษ

    14. กฏแห่งเมล็ดพันธุ์  "เราจะเก็บเกี่ยวผลได้ก็ต่อเมื่อได้ลงแรงไปแล้ว"  การลงแรง+การอดทนรอ = ผลที่ได้รับ

    15. ยิ่งเก่ง เกมยิ่งยาก

    16. คำถามที่ต้องพิจารณา "เรากำลังทำอะไรกับสิ่งที่เรามีอยู่"

    17. โลกเรานี้ให้รางวัลแก่คนที่พยายามและลงมือทำ

    18. จงมีวินัยในตนเอง

    19. ความมีระเบียบ

    20. ไม่มีการลงแรงครั้งใดที่สูญเปล่า

    21. คลื่นชีวิต  สิ่งต่างๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะเดินทางเป็นกลุ่มก้อน

    22. ทุกสรรพสิ่งเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นจงรู้จักการปรับตัว

    23. ชีวิตเป็นเสมือนกระจกสะท้อนความเชื่อของคุณ

    24. คนเรามักพูดถึงข้อจำกัดของตัวเอง ว่า "นั่นเป็นเพราะ ฉันเป็น..." แต่ในความเป็นจริง "นั่นเป็นเพราะ ฉันคิดว่าฉันเป็น..."

    25. เราไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนเรื่องที่เราเล่า

    26. ถามตัวเราเองว่า "ฉันจะทำอะไรได้บ้างถ้าฉันไม่มีเรื่องราวหรือความเชื่อใดๆ ผูกติดอยู่กับตัวเอง"

    27. การจะหาเงินและเก็บเงินไว้ให้ได้นั้น ต้องรู้สึกสบายใจเรื่องเงิน

    28. เมื่อคุณไล่ล่าสิ่งใด สิ่งนั้นมักหนีหาย

    29. ถ้าคุณอยากได้สิ่งใด จงมอบสิ่งนั้นให้แก่ผู้อื่น

    30. หากคุณมุ่งมั่นสิ่งใด สิ่งนั้นจะกลายเป็นจริง

    31. การมองโลกในแง่ดีไม่ได้ให้หลักประกันอะไร แต่การมองโลกในทางบวกจะช่วยให้เราทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

    32. จิตใต้สำนึกเป็นแหล่งสะสมความคิดทั้งหมดของเรา สิ่งที่เราคิดบ่อยที่สุดเป็นตัวสร้างพฤติกรรมที่มาจากจิตใต้สำนึกที่เด่นชัดที่สุดของเรา

    33. เราเลือกเองว่าจะมองคนอื่นอย่างไร

    34. รู้สึกขอบคุณทุกๆ อย่างที่ได้รับ

    35. ภารกิจในชีวิตมิใช่การมีชีวิตอยู่โดยปราศจากอุปสรรคใดๆ แต่คือการเกิดความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสรรพสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตต่างหาก

    36. เมื่อใดที่คุณพูดว่า "ฉันจะทำสิ่งนี้ละ และฉันไม่สนใจว่าจะยากสักแค่ไหน" เมื่อนั้นชีวิตจะเริ่มเป็นไปตามที่คุณต้องการ

    37. ผู้รู้ใช้ชีวิตด้วยการลงมือทำ มิใช่แค่คิดว่าจะลงมือทำ

    38. ยิ่งคุณลดกฏเกณฑ์ในชีวิตคุณลงมากเท่าใด และมีความคาดหวังในพฤติกรรมคนอื่นน้อยลงเท่าใด คุณก็จะยิ่งมีความสุขได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

    39. การให้อภัยคือความหอมที่ดอกไวโอเลตทิ้งไว้ให้กับเท้าที่เหยียบย่ำลงไป

    40. ภารกิจในชีวิตของคุณมิใช่การเปลี่ยนแปลงโลก ภารกิจของคุณ คือการเปลี่ยนแปลงตนเอง

     

    ในหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ขายดีเล่มที่สามแล้วของคุณแอนดรูว์ แมตทิวส์ ซึ่งเขาบรรจุข้อมูลที่มีประโยชน์ไว้ค่อนข้างมาก พูดถึงแง่มุมต่างๆ ของชีวิตค่อนข้างเยอะ การเลือกหัวข้อโดนใจจึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน ดังนั้นสิ่งที่เราจดมาทั้งหมดจะยังไม่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ ทว่าก็เยอะอยู่ แต่ที่ดีสุดคือได้อ่านเองทั้งเล่มก็จะได้อะไรมากทีเดียว

    ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้

     

    November 03

    คำตอบของช่วงนี้


    ได้คุยกับเพื่อนที่น่ารักคนหนึ่ง คำพูดของเธอตอบคำถามที่ฝังค้างสะสมอยู่ในใจเรามานานหลายเดือน

    (เธอ) says:
    พอเรามาทำงานนะโอ๊ต เราได้เรียนรู้ว่า งานไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนหรอก

    (เรา) says:
    ยังไงอ่ะ

    (เธอ) says:
    สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรู้จักตัวเอง
    เพราะว่าเราทำงานเพราะอะไร ให้ดูดีในสายตาของใครๆ หรือเพราะตัวเราเอง

     

    เธอกล่าวต่อว่าเธอคิดว่าเธอทำงานเร็วไป สิ่งที่เธอพูดมาเราเข้าใจเธอทุกอย่าง และยิ่งกว่านั้นเราได้คิดเรื่องของตัวเองด้วย

    เรื่องที่เรายังไม่มีงานทำอยู่ทุกวันนี้ แล้วเราค่อนข้างไม่สบายใจกับมัน เราเคยสูญเสียงานหนึ่งไปที่เราเคยคิดว่าเราอยากทำ ช่วงนั้นเรารู้สึกจิตใจหดหู่ ถดถอย แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราเริ่มฝึกตัวเองให้มีสติมากขึ้น เราค่อยดีๆ ขึ้น เราในหลายวันมานี้กับคำพูดจากเพื่อนคนนี้มันให้คำตอบแก่เราว่า ที่เราเสียใจมากครั้งนั้นเป็นเพราะเรารู้สึกเสียใจกับการสูญเสียสายตาที่คนอื่นมองเรามาดีๆ มากกว่า  มากกว่าการสูญเสียงานจริงๆ

    การยังไม่ได้ทำงานในช่วงนี้ทำให้เราพัฒนาตัวเองขึ้น ในด้านของความเข้มแข็งและมั่นคงของจิตใจ

    เราไม่รู้ว่าชีวิตในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ ณ วันนี้เราคิดว่าเราอยู่ในเส้นทางที่เหมาะสมแล้ว

    ชีวิตนี้เกิดมาเพื่อเรียนรู้นี้นะ


    (.. ขอบคุณมากนะ เพื่อนซือ)