Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 28

    ความพยายามอยู่ที่ไหน กับ ความสำเร็จที่แท้จริง


    ในสมุดเฟรนชิพเมื่อตอน ป.6 ..
    ทุกคนคงจำกันได้สำหรับช่องที่ให้ใส่ คติประจำใจ : ..........
    คนอื่นๆ เขียนกันว่าอย่างไรบ้าง ประโยคที่เราอ่านเจอบ่อยที่สุดมีอยู่สองประโยค หนึ่ง ทำวันนี้ให้ดีที่สุด สอง ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
    สำหรับของเราเองเป็นคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เราคิดอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันในช่อง Quote ใน hi5

    แต่วันนี้(๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑)เราได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง 'รู้ด้วยจิต' (ของท่าน พ.นวลจันทร์ สำนักพิมพ์อมรินทร์) ในบท 'ความสำเร็จที่แท้จริง'
    รู้สึกว่ามันกระทบใจ จึงอยากนำบทความของท่าน พ.นวลจันทร์ (ท่านเป็นพระสงฆ์) ในบทดังกล่าวมาวางไว้ในบลอคส่วนตัวที่เหมือนเป็นสื่อใยบางๆ ของสายใยที่พัน

    กันอยู่รอบโลกนี้สักหน่อย

    ดังนี้

    ความสำเร็จที่แท้จริง

    ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจริงหรือเปล่า
    แท้จริงความพยายามอยู่ที่ไหน  ความพยายามก็อยู่ที่นั่น
    เมื่อกำลังพยายามอยู่  ก็ต้องอยู่กับความพยายาม
    คือรู้ว่ากำลังพยายามอยู่  อย่าไปมุ่งที่ผลสำเร็จ
    อย่าไปมุ่งที่ผลของความพยายาม  เพราะยังมาไม่ถึง

    ปัจจุบันสำคัญที่สุด  ถ้าไม่อยู่กับปัจจุบัน
    ใจก็จะรอคอยและร้อนเร่าร้อนรน
    พอรอนานเข้า  ทนไม่ไหว  อาจจะบ่นว่า
    "ไหน  ไม่เห็นสำเร็จสักที  อุตส่าห์พยายามขนาดนี้"
    ในที่สุดอาจเลิกทำความเพียร (พยายาม) ไปเลยก็ได้

    อันที่จริงแล้วถ้าเราสามารถที่จะอยู่กับความเพียร (พยายาม) ได้
    นี่แหละคือความสำเร็จที่แท้จริง (เป็นอันดับแรก)
    ขอท่านจงเป็นผู้ทำความเพียรเพื่อความเพียรเถิด
    จริงอยู่  เป้าหมายเด่นชัด  วิธีการย่อมบังเกิด
    แต่เมื่อเวลาปฏิบัติการก็ต้องอยู่กับวิธีการ
    อยู่กับกระบวนการที่จะไปสู่เป้าหมายนั้น  ไม่ใช่ไปมุ่งที่เป้าหมาย

    เป้าหมายควรมี  เพราะจะทำให้การปฏิบัติมีทิศทางที่แน่นอนชัดเจน  เช่น  สมมติว่าเราอยู่กรุงเทพฯ  เป้าหมายคือเชียงใหม่
    เมื่อมีเป้าหมายแล้ว  วิธีการย่อมบังเกิด
    เราก็ต้องไปหาวิธีการว่าทำอย่างไรจึงจะไปถึงเชียงใหม่ได้
    เมื่อได้วิธีการแล้ว  ต่อไปก็เริ่มเดินทาง
    และในระหว่างที่เดินทางอยู่ก็ไม่ต้องไปบ่น
    หรือเกิดทุกข์ร้อนว่าทำไม่ยังไม่ถึงเชียงใหม่สักที
    เมื่อไหร่จะถึงเสียที  เป็นต้น

    การเดินทางเพื่อไปสู่พระนิพพานก็เช่นเดียวกัน
    ในระหว่างที่เดินทางอยู่  ก็ชื่อว่ากำลังเดินทางอยู่  แต่ยังไม่ถึง
    เราก็ต้องอยู่กับปัจจุบัน  ไม่ต้องไปบ่นหรือหมดกำลังใจในการเดินทาง  เดินทางต่อไปท่าน  ด้วยความเพียรในปัจจุบัน

    ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันได้  จะไม่เหนื่อยหน่าย
    ไม่ท้อแท้  ไม่ท้อถอย  ไม่หมดกำลังใจ
    อย่างนี้จุดหมายปลายทางอยู่แค่เอื้อม
    แต่ถ้าไปมุ่งที่จุดหมายปลายทาง  อาจทำให้ท้อได้
    และก็จะยิ่งห่างออกไปจากเป้าหมายทุกๆ ขณะ
    พอกันทีกับการที่ทำอะไรแล้วใจมุ่งอยู่ที่เป้าหมายมากเกินไป
    กลายเป็นทุกข์เพราะการรอคอย
    ทุกข์เพราะการยังไม่บรรลุถึงเป้าหมาย
    ถ้ายังทุกข์อยู่อย่างนี้  ถ้าเฝ้ารอคอยอยู่อย่างนี้
    รับรองว่าไม่มีวันที่จะถึงจุดหมายปลายทางได้
    เหตุสมควรทุกข์เพราะการรอคอยไม่มีในโลก
    และเหตุสมควรทุกข์เพราะการยังไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่มีในโลกเช่นเดียวกัน

    ..................................................................

    โปรดพิจารณาตามกำลังปัญญาของแต่ละคนนะจ้ะ
    และขอขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ได้อ่านหนังสือเล่มนี้

    December 10

    ภาวะอากาศอมยิ้ม


    อากาศหนาว .. หลายคนคงได้อ่านบลอคของอีกหลายๆ คนเกี่ยวกับเรื่องนี้
    อากาศเปลี่ยน ความรู้สึกก็เปลี่ยน .. หลายคนจึงเขียน

    การเจอบางสิ่งที่ตรงข้ามกับความจำเจของตนเองเป็นความสุขและสนุกของมนุษย์
    ดังนั้น อากาศหนาวจึงเป็นสิ่งที่สุขและสนุกของคนไทยส่วน ใหญ่(เน้น! ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทั้งหมด)

    เมื่อประจวบกับช่วงอากาศหนาวในประเทศไทยตรงกับช่วงเทศกาลพักผ่อนสากล ทั้งวันขึ้นปีใหม่และวันคริสมาสที่ไม่ใช่ชาวคริสต์ก็ร่วมสนุกได้ จึงส่ง ผลให้ช่วงอากาศหนาวของไทยเป็นห้วงเวลาที่นำพาความสุขมาให้คนไทยได้มากทีเดียว

    จึงอาจทำให้ค่ายหนังเกิดไอเดียจับคู่กำหนดการฉายภาพยนตร์ในเครือของตนให้ตรงกับช่วงอากาศดีๆ โรแมนติกแบบนี้ตามหลักจิตวิทยาทั่วไป ในเรื่อง ของการเรียนรู้ก็เป็นได้ ยกตัวอย่างจากค่ายหนังที่ทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ฉายใกล้ๆ ช่วงคริสมาสในปีที่แล้ว ที่พระเอกในเรื่องทำคนดูช็อคไปทั้งโรงด้วยฉาก เงียบๆ กว่าสามสิบวินาที แต่ทำเอาผู้เขียนดูช้ำอีกหลายรอบ ด้วยเนื้อเรื่องที่ดีและบรรยากาศที่ใกล้บ้านของผู้เขียนช่วงนั้น ทำเอาผู้เขียนเดินยิ้มอยู่แถวนั้นได้คน เดียว
    และได้ข่าวว่าภาพยนตร์อีกเรื่องของค่ายหนังค่ายนั้นกำลังจะฉายวันคริสมาสนี้ .. นี่มันการตลาดรึเปล่า ผู้เขียนคิดเอง

    หากนึกถึงเรื่องขึ้นปีใหม่กันขึ้นมาในใจ หลายคนคงคุ้นเคยกับประโยคที่ว่าด้วยการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีๆ สิ่งที่ไม่ดีในปีเก่าก็ลืมๆ มันไป หรือ ไม่ก็เก็บมันไว้เป็นบทเรียนเพื่อชีวิตที่ดีในปีใหม่ หลายคนคงยึดถือเขตแบ่งช่วงเวลานี้เป็นหมายกำหนดการเปลี่ยนแปลงนิสัยของตนเอง สิ่งนี้แสดงให้เราเห็น ว่ามนุษย์ย่อมมีธรรมชาติในการพัฒนาตนเอง ซึ่งอาจเป็นเรื่องเดียวกับการคัดเลือกทางธรรมชาติ(Natural selection)ก็ได้

    ช่วงอากาศหนาวๆ ในช่วงใกล้ปีใหม่นี้ก็ดึงดูดให้เราคิดถึงอะไรหลายอย่าง คิดถึงความรับผิดชอบของหัวหน้าโครงการทริปสีน้ำที่น้ำหนาว ที่ทั้งหนาว ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย ทั้งภูมิใจ คิดถึงการเรียนหนังสือในห้องเรียนที่กว้างใหญ่อย่างดอยอินทนนท์ เป็นวิชาเรียนที่ยิ่งใหญ่จนอยากเซฟเก็บไว้ในแฮนดี้ไดร์ฟไม่ อยากทำความทรงจำนี้หาย คิดถึงลมหนาวพัดแรงที่ใต้หอในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ไม่ได้กลับบ้านและหอร้างผู้คน คิดถึงการเริ่มปีใหม่ปีนี้ด้วยแสงแรกบนยอด ภูชีฟ้าที่ท้องฟ้าวันนั้นมีค่ามากกว่าทอง คิดถึงการนั่งอ่านหนังสือสอบมิดเทอมของเทอมสองใต้หอท้าลมแรง คิดถึงเขาเขียวที่อยู่เลยเขาใหญ่ขึ้นไปที่เป็นที่ ของทหารที่คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปได้และเรื่องขนหัวลุก คิดถึงอากาศดีๆ บนเขาใหญ่กับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมของค่ายจิตวิทยาอนุรักษ์ ธรรมชาติ ...

    อากาศหนาวนำพาความรู้สึกดีๆ มาให้ผู้เขียนได้มากทีเดียว ทำให้ผู้เขียนอมยิ้มได้เสมอเมื่อสัมผัสอากาศนอกตัวอาคาร

    เราเกิดมาบนโลกเพื่ออะไรกันนะ เพื่อมารับความรู้สึกดีๆ เช่นนี้รึเปล่า
    หรือเกิดมาเพื่อชดใช้กรรม รอวันไปสู่นิพพานตามท่านพระ พุทธองค์
    ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ฉันก็จะสะสมความทรงจำดีๆ เหล่านี้ไประหว่างทางแล้วกัน

    ด้วยรักและคิดถึงเพื่อนร่วมโลกใบนี้ทุกคน
    ธีรพงศ์ แสงนาค