เพิ่งอาบน้ำตอนตีสี่ เกิดความรู้สึกอยากเขียนบลอคขึ้นมา แล้วนึกถึงเรื่องที่เมื่อตอนเย็นพี่กันต์(พี่ที่ฝึกงาน)มาขอสัมภาษณ์พร้อมถ่ายรูปเราไปลง Lisa เกี่ยวกับเรื่องการอยู่หอ เราเป็นเคสของคนที่เลือกอยู่หอในว่าเหตุผลยังไงและได้รับอะไรจากการอยู่หอในบ้าง พอตอนอาบน้ำเสร็จพลันนึกขึ้นได้ว่า "เราอาบน้ำในห้องน้ำที่ปิดบังสายตาด้วยผ้าม่าน(พลาสติก)นิ่หว่า"
วันนี้เลยตั้งใจเล่าเรื่อง "ห้องน้ำหอใน" ในคอลัมน์เทอมสุดท้ายในจุฬาฯให้ฟังละกัน เราจะเก็บไว้เป็นความทรงจำด้วยล่ะ เพื่อวันใดวันหนึ่งเมื่อจบออกไปแล้ว เราจะลืมอะไรบางอย่างไป
จำได้ว่าเมื่อแรกเข้ามาอยู่หอในที่จุฬาก็รู้สึกหวั่นๆ กับการเข้าห้องน้ำเลย เพราะว่าเราอยู่ครอบครัวเดี่ยวมาโดยตลอด ไม่ค่อยได้ใช้ห้องน้ำร่วมกับใครเท่าไหร่ อีกทั้งตอนนั้นยังเป็นเด็กน้อยขี้อายอยู่ ก็ไม่ค่อยอยากจะโชว์สัดโชว์ส่วนอะไรกับเขาหรอก กลัวๆ อยู่
แล้วอย่างที่รู้กัน ห้องน้ำหอในเป็นห้องน้ำรวม มีอ่างล่างหน้าอยู่กลางห้องพร้อมกระจกยาวตลอดแนว ด้านหลังกระจกคือฝั่งตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าเป็นโซนซักผ้า แล้วรอบๆ นั้นก็มีห้องอาบน้ำอยู่ประมาณสิบห้อง (ไม่เคยนับอ่ะ ทั้งๆ ที่เขามีเลขติดไว้) แล้วถัดมาก็เป็นห้องสุขาจำนวนเท่าๆ กัน อ่อ เกือบลืมโถปัสสาวะของผู้ชาย อยู่ตรงข้ามอ่างล้างหน้า ที่เกือบลืมคงเป็นเพราะไม่ค่อยได้ใช้ เหอๆ
จำได้ว่าเมื่อแรกเข้ามาเราอยู่ชั้นสี่(ตึกจำปีนิ่แระ) แล้วฝั่งที่เราอยู่(ห้องน้ำมีสองฝั่ง)มีห้องน้ำที่เป็นประตูกั้นอยู่สองห้อง นอกนั้นเป็นผ้าม่านหมดเลย ตอนนั้นเรารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก เพราะว่ายังมีห้องอาบน้ำที่เป็นประตูให้ใช้ ตอนจะอาบน้ำทีไรต้องมาดูที่ห้องน้ำก่อนว่าห้องที่เป็นประตูว่างรึเปล่า ไม่งั้นก็ยังไม่อาบ จะรอจนกว่าจะว่าง (ดูสิ คนมันอ่อนต่อโลกขนาดไหน)
แล้วพอนานๆ ไป จากสองเหลือแค่หนึ่ง จากหนึ่งกลายเป็นศูนย์ แต่กว่าประตูห้องน้ำจะหายไปหมด หน้าก็เริ่มหนาขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว เมื่อถึงเวลานนั้นจริงๆ เลยพอเหมาะพอดีกัน ไม่รู้สึกกลัวอะไรอีกแล้ว
นั่งระลึกเขียนไปมา ก็นึกขึ้นได้อีกแล้วว่าทำไมเราถึงไม่อยากอาบน้ำในห้องที่เป็นประตูผ้าม่าน เพราะเรากลัวเพื่อนแกล้งเรานั้นเอง ตอนนั้นคงเด็กมาก แล้วก็กลัววิธีการแกล้งอะไรเด็กๆ แบบนี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้มันคงไม่แกล้งกันแล้วล่ะ .. อยากดูเหรอ เดี๋ยวเปิดให้ดูเรย ๕๕๕
เล่าไปเล่ามาสนุกดี ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับหอเรื่องอื่นให้ฟังอีก วันนี้นอนก่อนนะ จะตีห้าแล้ว
อี๊ววว.......