Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 10

    9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์ (เดลินิวส์)


    หนึ่งในเก้าเทคนิคที่ได้อ่านวันนี้มีหัวข้อของการเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันด้วย จึงข้อเขียนขอบคุณอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เราได้อ่านบทความนี้ ทั้งผู้เขียน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เวบกระปุกดอทคอม ระบบอินเตอร์เนต โน้ตบุค กระแสไฟฟ้า

    ขอบคุณนะ

     

    9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์ (เดลินิวส์)

              ใครอยากสมองไบรท์ฟังทางนี้ เดลินิวส์ออนไลน์มี 9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์มาบอก...

              1.  จิบน้ำบ่อยๆ  (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

              2. กินไขมันดี  (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

              3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที  (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

              4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

              5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

              6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
               
              7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

              8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

              9.  ฝึกหายใจลึกๆ (Deep breath) สมองใช้ออกซิเจน 20 - 25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

     

    สิ่งดีๆ ที่น่าทำตาม..

     

    February 05

    รักและคิดถึง


    อัพเดท อัพเดท

    ไม่ได้เขียนอะไรนานมากแล้วอ่ะ (คิดถึงว่ะ)
    เหตุผลก็มีหลายอย่าง แต่ก็ไม่ต้องไปสนใจดีกว่า เพราะตอนนี้ก็เขียนอยู่แล้วนี่ไง

    คิดๆ ไปก็ไม่รู้จะเริ่มเล่าอะไรตรงไหนก่อนดี .. เอาเป็นเริ่มด้วยการบอกเพื่อนๆ หลายคนที่เราเคยเข้าไปอ่านบลอคเสมอๆ ว่า ช่วงนี้ไม่ได้ติดตามอ่านเลยอ่ะ .. ซอรี่ๆ

    ช่วงนี้ก็จะเรียกได้ว่าทำงานรึเปล่าก็ไม่รู้ เหมือนทั้งทำงานทั้งเรียน เพราะอยู่ในช่วงเทรน ยังไม่ได้ทำงานแบบจริงๆ จังๆ ได้แค่ฝึกๆ แล้วก็มีการสอบด้วย เหมือนจ้างให้มาเรียนเลย เหอๆ

    แต่จะว่าไปการไม่เหลือเวลาฟุ่มเฟือยทำให้เรามีความสุขดี ถึงแม้จะทุกข์จากอะไรต่างๆ นานา แต่มันก็เป็นทุกข์ที่เราต้องเจออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าเพราะมีทุกข์จึงมีสุข

    (สังเกตมั้ยว่าไม่มีใครมีแต่สุขอย่างเดียว ถ้าไม่อยากมีทุกข์ก็จะไม่มีสุขด้วย = พระพุทธเจ้า)

    ตอนนี้เราก็มีความสุขดี เพื่อนๆ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เราก็เรื่อยๆ ไปตามประสา พยายามเดินอย่างก้าวหน้าทุกวันในทุกมิติ

    เขียนๆ ไปแล้วก็คิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ขึ้นมาจับใจ ชีวิตคนเราต่างมาคนละเส้นทาง มีบ้างที่ได้บรรจบกันถือเป็นวาสนา เมื่อบรรจบย่อมมีการจาก แต่ไม่มีใครบอกว่าเจอกันได้เพียงแค่ครั้งเดียว ขอเพียงใจเราต้องการเท่านั้นพอ

    คำว่า รัก แต่ละคนซึ้งใจกับคำนี้มากแค่ไหน สำหรับคนที่รู้สึกได้เท่ากับคนที่โชคดีมาก

    ฉันซึ้งใจ .. คำว่า รัก ยิ่งใหญ่กว่าคำว่า หนุ่มสาววัยรุ่นมากนัก..

    ......

    ยิ้มไว้เถอะนะ แล้วทุกอย่างมันดีจริงๆ

    อยากบอกรักทุกคนจัง..

    รักนะ