Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 25 Dream on .. ฝันไปเหอะDream On .. ฝันไปเหอะ
มิใช่ การบอกปฏิเสธแต่อย่างใด แต่เป็นการเล่นคำ ที่แสดงถึงการไล่ความคิดให้
ฝันต่อไป อย่าได้หยุดฝัน..
ทำไมถึงต้องเล่นคำอย่างนี้นะเหรอ ก็เพราะว่า ถึงแม้ว่า ชีวิตนะตอนนี้ มันอาจจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เราคิดว่ามันใกล้เคียงกับเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดหมายของฝันนั้นเลย
แต่ใครจะรู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไร
ขนาด ณ วันนี้ เรารู้แน่แล้วเหรอ ว่าจะมันเป็นการเลือกของเราเอง ที่ทำให้เราอยู่ตรงนี้
"เราไม่ได้เลือกทางเลือกหรอก แต่ทางเลือกมันเลือกเราเอง"
อาจจะแย้งด้วยการเลือกเข้าคณะต่างๆ ว่าเราเป็นคนเลือก แต่สุดท้าย คณะและ 'ดวง' ก็เป็นคนเลือกให้เราอยู่ดี ..ถูกแมะ
ถ้าเรารู้แจ้งได้อย่างนั้นแล้ว เราก็ยึดความฝันเราไว้เป็นศูนย์กลางของการดำเนินชีวิตไว้ก่อน ถ้าถึงเวลา ที่ 'คุณโชคชะตา' เห็นว่าเราเหมาะสมที่จะได้ทำตามความฝันแล้ว เขาก็จะพาเราไปเองแระ ไม่ต้องห่วง
ดีกว่า เราทิ้งความฝันอันสดใสของเรา แล้วต้องทนทุกข์ทั้งชีวิต เพราะไม่มีที่ยึดเหนี่ยวในการดำเนินชีวิต
ยังไงซะ ชีวิตนี้ก็เป็นของเรา ในอันที่เราจะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ
สำคัญมากนะ เป็นเพื่อนกับ 'คุณความดี' เข้าไว้ แล้ว 'คุณโชคชะตา' จะช่วยเหลือเรา.. April 19 มะหมา อิน มาย โฮม วันนี้นอนดึกอีกแล้ว นอนดึกเหมือนอยู่หอเลย..
กิจกรรมที่ได้ทำในบ้านวันนี้ก็มีหลายอย่าง แต่ที่รู้สึกว่า จะต้องยุ่งยากลำบากจิตกับมันมากที่สุด ก็คือ ..การกิจเรื่องหมา
วันนี้ก็เลยจะถือโอกาสมาเล่าเรื่องหมาที่บ้านให้ฟัง
ตอนนี้ที่บ้านมีหมา ๖ ตัว
๑. หมูยอ - พุดเดิ้ลสีน้ำตาล ที่มีน้องสาวครอกเดียวกันชื่อ หมุหยอง เสียดายที่ตายไปแล้ว(มันน่ารักมากเลย จำได้ว่าตอนด็กมันหัวโหนกมาก)
ตอนนี้หมูยอเป็นเหมือนพี่ใหญ่ ถึงแม้ว่าตัวจะไม่ใหญ่ แล้วดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่นัก แต่ตอนนี้บ้านเราประสบปัญหาขาดหมาใหญ่ เพราะว่าได้พากันจากไปอย่างสงบกันหมดแล้ว (เมื่อก่อนมีร็อตไวเลอร์ บางแก้ว หลังอาน) ตอนนี้หมูยอเลยทำตัวเป็นพี่ใหญ่อย่างเต็มใจรึเปล่าไม่แน่ใจ เพราะว่าไม่ใช่หมา ..มันจะขี้รำคาญอีพวกลูกหมามากๆ แล้วก็หวงเจ้าของมากกว่าเดิม จากเดิมที่ทะเลาะกับชินจังอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ก็จะคอยขู่พวกเด็กๆด้วย ดูท่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่มีตัวเล็กตัวน้อยมาอยู่ด้วยเยอะ
๒. ชินจัง - ปักกิ่งสีน้ำตาลเข้มๆ ขนสวยเชียว เป็นหมาที่พี่ณัฐ(พี่สาวคนโตเป็นสัตวแพทย์)ทำคลอดให้
ไอ้นี้เหมือนไม่ค่อยทุกข์ร้อนกับพวกลูกหมามากนัก จะมาเดือดร้อนก็เรื่องอากาศนี้แระ ด้วยความที่เป็นหมาผู้ดี เติบโตมากับห้องแอร์(คลีนิครักษาสัตว์) ทำให้พอมาเจออากาศเดือนเมษาเข้า ก็เลยกลายร่างจากหมาร่าเริงเป็นหมาซึมไปเลย เหอๆ ด้วยความที่เป็นหมาพันธุ์ขนยาวด้วย เลยทำให้มันระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าไหร่ ..น่าสงสาร
๓. + ๔. หยิน หยาง - หมาไทยข้างถนนสีออกน้ำตาลดำๆ
ไอ้ผีห่าซาตานสองตัวนี้เราอยากเก็บมันมาเลี้ยงเองแระ เพราะว่าตอนที่เราเจอมัน มันน่าสงสารมาก มันไม่มีแม่ ไม่มีคนให้อาหาร ตอนนั้นมันผอมกันมาก เราเลยเตาะๆพ่อ ให้เอามันมาเลี้ยง พ่อก็โอเค แล้วพ่อก็ไปเอามันมาเอง แล้วแม่ก็ให้มันกินข้าว ด้วยความที่ไม่ค่อยได้กินอะไร คงนึกออกนะว่ามันคงมีกิริยาอย่างไร มันคงมานั่งใช้ช้อนส้อม ผูกผ้ากันเปื้อนอยู่ล่ะ .. เหอๆ มันมูมมามกันมากก แล้วยังแย่งกันกินอีก เราก็เข้าใจนะ ว่ามันไม่เคย ก็คิดว่าเดี๋ยวอีกหน่อย มันก็คงหายไปเองละ กิริยาแบบนี้ แต่ที่ไหนได้ กลับบ้านคราวก่อน มันยังไม่หายกันเลยย งงเลยย คิดว่ามันคงติดเป็นสันดรไปแล้วมั้ง แต่พอกลับมาคราวนี้เราได้ทำหน้าที่ครูฝึกหน่อย ก็รู้สึกว่ามันดีขึ้น กัดกันน้อยลง(กัดเพื่อแย่งข้าว) เหออ .. วันนี้ที่เหนื่อย ก็เหนื่อยไปกับไอ้สองตัวนี้แระมากสุด อยู่นิ่งๆยากมากกก ..เออใช่ สองตัวนี้เราตั้งชื่อเอง ช่วงนั้นกะลังสนใจเรื่องฮวงจุ้ยอยู่ เหอๆ
๕. + ๖. มะลิ น้ำอบ - หมาวัดลูกครึ่งสองตัวล่าสุดเป็นพี่น้องกันแต่ไม่เหมือนกันเลย
สองตัวนี้เป็นตัวเมียทั้งคู่ เป็นตัวเมียในไม่กี่ตัวที่บ้านเราเลี้ยงนะเนี่ย เพราะว่าบ้านเรากลัวปัญหาท้องแล้ว ขี้เกียจเลี้ยงลูกมัน เหตุผลที่เอาสองตัวนี้ก็ไม่รู้เพราะอะไร พ่ออยากได้มั้ง เลยขอหลวงตาที่เลี้ยงอยู่ที่วัด ตอนแรกก็เอามาตัวเดียวเอาตัวขาวมาเราตั้งชื่อให้มันเองว่า มะลิ เพราะเอามันมาวันสงกรานต์ แต่พอเย็นวันนั้นก็ไปเอามาอีกตัว เหตุเป็นเพราะสงสารมัน มันเล่นกันมาตั้งแต่เกิดไปพรากพี่น้องมันมา น่าสงสาร แล้วเย็นนั้นหลวงตาคงตัดใจได้แล้วมั้ง หลวงตาก็อาลัยอาวรณ์ใช่ย่อย ที่ตอนแรกเอามาแค่ตัวเดียวเป็นเพราะหลวงตากั๊กไว้ด้วยนะน่ะ ..น่าสงสารหลวงตาจริงๆ คงเลี้ยงแล้วก็รักมันอ่ะ เหอๆ พอได้อีกตัวมาก็เลยได้ชื่อ น้ำอบ ไป น้ำอบต่างจากมะลิโดยสิ้นเชิง มะลิตัวขาว หน้าลูกครึ่ง คือมีทั้งความเป็นไทยและสากล ร่างเล็กกว่า แต่น้ำอบสีดำ มีจุดเป็นคิ้วสีน้ำตาล เหมือนโดเบอแมน มือตีนใหญ่แบบฝรั่ง จนเราคิดว่าไม่พ่อก็แม่มันเป็นโดเบอแมนแน่ๆ
มะลิมีนิสัยขี้เล่น ชอบเล่นกับคน ตอนที่เราเจอมันครั้งแรกที่วัด มันก็เข้ามาเล่นกับเราใหญ่ เหมือนกับว่าคุ้นเคยกันมานาน ถ้าเปรียบมะลิเหมือนคน ก็เป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริงสดใส อะเลิท ขี้เล่น มีเสน่ห์
น้ำอบด้วยความที่มีเชื้อฝรั่งเยอะ ก็เลยชอบเล่นอะไรที่มันแรงๆนิดนึง ชอบกัด(แบบหยอก)กับมะลิ จนเหมือนว่ามันโกรธกัน กัดทั้งขา คอ แล้วก็งับเข้าไปให้เต็มปาก .. แต่ไม่ค่อยเล่นกับคนเท่าไหร่ ชอบเล่นกับมะลิ ตอนที่มะลิมาเล่นกับคนมากกว่า
วันนี้เราก็ได้ทำหน้าที่ครูฝึกหมาอย่างเป็นทางการไปวันแรก เราฝึกหมาให้ไหว้ให้นิ่งมาเยอะแล้ว เพราะว่าที่บ้านเราเลี้ยงหมามาเยอะ แต่ไม่มีครั้งไหนเหนื่อยเท่าครั้งนี้เลย เพราะครั้งอื่นๆ ก็มีมาทีละตัว มีสองตัวครั้งเดียวเอง(หมูหยอง หมูยอ) แต่ครั้งนี้มันเหมือนกับว่ามาทีเดียว สี่ ตัว ฝึกให้ไหว้ก็ฝึกกันเข้าไปเหอะ อีครูฝึกอะ พูดวนอยู่อย่างนั้นละ สี่ตัว อู้ยย ...เหนื่อยจิต แล้วก็ไม่ใช่จะฝึกกันง่ายๆนะ โดยเฉพาะอีผีบ้าสองตัวนั้น จับให้นิ่งยากมากกก เห็นของกินก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว อย่างก็โดนมดกัด ..เหอๆ เหนื่อยแต่ก็สนุกดี ..
..เพื่อให้หมาบ้านฉันเป็นหมาที่มีสกุลรุนชาติ ฉันก็ต้องยอมเหนื่อยอย่างนี้แระ.. April 18 I love the sky. ตอนนี้โอ๊ดอยู่บ้านอีกครั้งสำหรับปิดเทอมนี้แล้วนะ
เมื่อเย็นเพิ่งนั่งรถกลับมา เป็นรถเที่ยว 16.30 ดีที่เรามาทันรอบนี้ เพราะว่าถ้าพ้นรอบนี้ไป จะเป็นรอบสองทุ่มเลยทีเดียว ไม่งั้นต้องนั่งรอแก่วอยู่หมอชิตแน่ๆ
เราไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนัก แต่ก็มีความฝังใจกับการนั่งรถกลับบ้านรอบเย็นๆ อยู่บ้าง ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งให้เราได้ตอกย้ำความฝังใจนั้น
กลับรอบเย็น ในขณะที่อยู่บนรถเราจะอยู่ช่วงเวลาที่เขาเรียกว่า ข้ามช่วงเวลา จากกลางวันไปเป็นกลางคืน
แล้วรู้อะไรมั้ย ถนนนอกเมืองอะ มักเป็นถนนที่ตัดผ่านทุ่งนา หญ้าดินใช่มั้ย
แล้วอะไรต่อมารู้มั้ย เราจะเห็นท้องฟ้าได้ตั้งแต่ขอบฟ้าข้างหนึ่งไปยังขอบฟ้าอีกข้างนึงเลยน่ะสิ
เราเป็นคนชอบมองท้องฟ้ามาตั้งแต่เด็กแล้ว มองแล้วดูสี ดูก้อนเมฆ ดูอะไรต่างๆนานา รวมถึงธรรมชาติข้างทางด้วย
เราเป็นคนชอบการเดินทางอยู่แล้ว และเพิ่งมารู้ตัวว่า ถ้าได้เดินทางแล้วได้มองท้องฟ้าไปด้วย จะทำให้ความคิดด้านพลังแห่งการสร้างสรรค์มันพุ่งปรี๊ดดด..
แต่ถึงแม้ว่า เรามองท้องฟ้าแล้วจะคิดอะไรไม่ออก เราก็ยังจะมองท้องฟ้าต่อไปเรื่อยๆอยู่ดีอะ ท้องฟ้าให้อารมณ์ความรู้สึกกับเราได้มากมาย ..บรรยายไม่หมด
..ฉันรักท้องฟ้า..
{ แต่ตอนนี้รู้สึกหดหู่อยู่นิดหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแมวที่บ้านป่วย หรือว่า เราป่วยทางใจเองกันแน่ ..แต่ที่แน่ๆ ไม่อยากเป็นอย่างนี้นานๆ เลย ..หดหู่จัง } April 17 เสรีภาพ กับ ความรับผิดชอบ ได้อ่านบทความเกี่ยวกับกรณีที่ ICT บล็อคเวบ YouTube แล้ว ว่าไทยไม่ใช่รายแรกที่ทำการบล็อค YouTube มีหลายประเทศหลายองค์กรแล้วที่ทนไม่ได้กับการกระทำของเวบไซต์นี้
ก็เกิดความคิดเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า "เสรีภาพควรมาพร้อมความรับผิดชอบ" และนึกเห็นไปด้วยว่า สังคมยุคโกบอลคอมมิวนิเคชั่นนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะรับแนวคิดนี้ไปปฏิบัติ ไประลึกกันทุกผู้กระทำ เห็นได้ชัดอย่างยิ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวินาทีของสังคมโลก ไม่ว่าจะเรื่องที่เห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนน้อยจากที่เราไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นกันอีกเยอะ ซึ่งก็อาจมาจากข่าวปัญหานั้นๆ ไม่ได้น่าสะดุดตาผู้อ่านผู้ซื้อมากนัก ก็เลย "ไม่เอาลงหนังสือพิมพ์ให้เปลืองค่าหมึก" โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนดีกว่า ..เรื่องนี้ก็เป็นคนละเรื่องเดียวกันกับปัญหาที่พูดถึง
เป็นยุคที่อำนาจของเงินมีค่าเหนือทุกสิ่งจริงๆ หรือนี้
เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย ..เรายังเห็นความดีงามของจิตใจคนเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ยังเชื่อว่ายังมีคนที่คิดเหมือนกัน ยังเชื่อว่าสักวัน..
..ความดีงาม จะชนะทุกสิ่ง..
{ บลอคนี้ดูเครียดๆ เนาะ เหอๆ
เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับบ้านอีกรอบสำหรับปิดเทอมนี้
จะกลับไปเล่นกับหมาตัวใหม่
จะไปช่วยงานแม่
จะไปฝึกใช้โปรแกรม DreamWeaver
และ PhotoShop ให้โปรเลย
คอนเซปต์ออเรนทัลปรินเซสที่ว่า ผู้หญิงอย่าหยุดสวย
ของโอ๊ดต้องใช้คำว่า "โอ๊ต อย่าหยุดพัฒนา" } April 15 บ้านมรึง ค่าน้ำถูกเหรอ !?! ที่จริงบลอคนี้มันต้องได้ผุดได้เกิดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ด้วยเมื่อวาน ข้าเจ้าเซ็งขนาด เปาะว่า อินเตอร์เนตเล่นบ่ได้ กว่าจะเล่นได้ก็ห้าทุ่มเที่ยงคืนแล้ว ข้าเจ้าก็บ่มีอารมณ์แฮ่ม เหอๆ
ก็คือว่าเมื่อวานตอนเช้าๆ (ที่ยังนอนอยู่) เราฝันแปลกๆ ตลกๆ แล้วก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงตะโกนของตัวเอง แล้วก็เลยคิดอยากจะเขียนบลอคมาก ปรากฏว่ามาตอนนี้ก็ลืมไปเกือบหมดแล้วละนะ ..
เท่าที่จำได้ คือว่า ยืนอยู่ในห้องน้ำ แล้วเจอกับผี ..ผีเรื่องโกยเถอะเกย์อ่ะ ใครได้ดูบ้าง ที่เป็นอีฝันเหยินๆ พู้ม่าช่ะ ที่หน้าแม้วๆหน่อยอ่ะ ที่โฆษณากาแฟชนิดนึงอ่ะ เออ จำได้แล้วใช่แมะ ในเรื่องมันก็เป็นผีที่หน้าตลก แต่โคตรน่ากลัวเลยอ่ะ แล้วภาพที่เราเห็นในฝันก็เหมือนกับภาพในโปสเตอร์หนังเลยอ่ะ ที่เป็นมันยืนถือหัวจ่ายน้ำมันแล้วก็ท่อนล่างขาดๆ คือไม่มีขาอะ เหมือนเดะ
...ยกเว้นที่มือมันไม่ได้ถือหัวจ่ายน้ำมัน แต่มันถือฝักบัวที่เปิดน้ำอยู่
แล้วก็ไม่รู้อะไรเลือดนักอนุรักษ์ของเราก็พลุ่งโดยฉับพลัน ก็ตะโกนด่าอีผีนั้นไปว่า
" ..บ้านมรึง ค่าน้ำถูกเหรอ! "
แล้วอีตรงคำว่า "เหรอ" เนี่ยแระ ที่ทำให้ตัวเองตื่นขึ้นมา จำได้แม่นเลยว่า เราตะโกนออกมาจริงๆ หะๆ ตลกตัวเอง อีเจที่นอนอยู่ด้วยวันนั้น ก็ตื่นเหมือนกัน มันคงงงอ่ะ ว่าอีโอ๊ดเป็นอะไร หะๆ April 12 วันที่ 11-12 เมษา วันนี้(11 เมษา) ..ไปนู้นมานี้ มากมายหลายอย่าง ไปส่งพี่ณัฐที่ร้านเนตสามย่าน มาหอกลางจะยืมหนังสือ แต่ยืมไม่ได้ต้องเอาใบเกรดเทอมล่าสุดมาต่ออายุก่อน ก็ไปเอาใบเกรดที่คณะพร้อมทั้งติดต่อเรื่องที่ฝึกงาน ปรากฏว่าอาจารย์จรุงกูลยังไม่เซ็นอนุมัติสถานที่ฝึกให้อีก เพราะไม่รู้จัก กลัวเราจะไปทำอะไรก็ไม่รู้ เราเลยต้องโทรไปคุยกับอาจารย์เองเลย พอรู้ว่าเป็นของเวิร์คพอยต์ของอาเสี่ยปัญญาก็โอเคทันที แต่ก็ยังไม่สามารถเข้ามาเซ็นให้ได้ เพราะว่าไปสงกรานต์แล้ว(เหอๆ เร็วดีจัง) งั้นโอเค ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วนิ่ ตามอาจารย์แล้วกันครับ เราก็คงกลับบ้านทันทีหลังสงกรานต์ ..ต่อๆ เอาใบเกรดเสร็จเดินกลับไปยืมหนังสือที่หอกลางอีกรอบปรากฏว่านังจ๋อมโทรมาว่าจะมาศูนย์หนังสือจุฬาฯ อ้าว แล้วกรูต้องเดินกลับไปคณะอีกรอบเหรอเนี่ย(คณะอยู่ตึกเดียวกับศูนย์หนังสือที่สยาม) เออๆ ก็ได้ว่ะ เดินไปฝนก็ตกปรอยๆ แล้วมันก็ให้พาไปดูตู้ปลาทองที่เข้าไว้จัดรายการวิทยุกันบนสยามเซนเตอร์ แล้วก็ยืนอยู่ดูหน้าดีเจอยู่อย่างนั้น เพราะมันคิดไม่ออกว่าจะไปไหน แล้วก็เดินไปนั่งเล่นที่ลานพารากอนให้น้ำพุสาดเล่นแปปนึง ถึงคิดได้ว่าจะกินซิซเลอร์ ...แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
.."มันเลี้ยงซิซเลอร์ช้านน"
ขอบใจไว้ตรงนี้ด้วยละกันนะ ..ไว้ชั้นมีโอกาส(และมีตังค์)ชั้นเลี้ยงแกคืนแน่
แล้วเราก็ไม่ได้ไปดูเมลล์นรกหรอกนะ ด้วย "เหตุผล" บางประการ
เหอๆ ฝันดีนะ
{ เราเป็นคนใจง่าย อยู่ใกล้ใครก็ต้องคอยร้อง "อย่าทำให้รัก เดี๋ยวมันหลง เดี๋ยวมันรัก" อยู่เรื่อย ..แต่ก็ยังไม่ไหว รักใครไปเรื่อยทุกที
ทางแก้ในตอนนี้ก็คือ เราจะพยายามไม่เข้าใกล้ใคร โดยเฉพาะคนที่เราคิดว่าเราต้องรักเขาแน่ๆ ทั้งๆที่ "มันไม่มีวันเป็นไปได้"
..ถอยออกมาแล้ว } April 09 กลับมาแล้ว.. กลับมาแล้วนะ กลับมาจากบ้านแล้ว วันนี้ว่าจะมาเล่าเรื่องอะไรหลายๆเรื่อง ที่ไม่ได้อัพ เพราะอยู่บ้านมันอัพลำบาก(เนตช้า ..มีเพียงอันเดียวที่อัพป่วงๆไป)
ก่อนอื่นต้องเริ่มที่เรื่องหนังที่ไปดูมาก่อน เอาอีกแล้วเรา ดูหนังติดๆกันหลายวันอีกแล้ว คราวนี้โชคดีมากหนังที่อยากดูหลายๆเรื่องเข้ามาอยู่ในช่วงที่เราอยู่บ้านพอดี เพราะเราโชคดีจริงๆเลยนะเนี่ย เพราะเหตุผลดังนี้
1. โรงหนังโรงหนึ่งที่บ้าน ค่าตั๋วราคา .................. 60 บาท คับพี่น้อง!!! ไม่ไหวแล้ววว
2. เรื่องที่อยู่ในช่วงนี้เป็นเรื่องที่เป็นหนังไทยทั้งนั้น!! ดังนั้นเราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา เพราะถ้าเป็นหนังต่างชาติเราอยากฟังซาวแทรคมากกว่า แต่โรงหนังโรงนี้ ถ้าเป็นหนังต่างชาติมันจะพากษ์อ่ะ ไม่ชอบเลยย.. โชคดีจิง
3. เป็นช่วงที่อยู่บ้านพอดี
4. เรื่องมะหมาได้ดูกันเกือบครบบ้านเลย เพราะพ่อแม่อยากดู
5. เราหน้าตาดี (เกี่ยวมั้ยนิ่)
เฮออ อยากสารภาพว่าลืมไปหมดแล้วว่าจะเล่าเรื่องอะไรบ้าง เพราะโดนขัดจังหวะด้วยการต้องไปเยี่ยมอีป่านที่โรงพยาบาล ตั้งแต่เริ่มเขียนเหตุผลข้อ 1 แระ เขียนเหตุผลได้ครบ แต่ก็ลืมไปแล้วว่าจะเล่าเรื่องอะไรอีก ... เหอๆ
เอาเป็นว่า ป่าน หายเร็วๆละกัน
...
...
เฮออ (ไอ้จุดๆข้างบนเนี่ย คือพยายามนึกอยู่) แต่ว่าไม่ไหวแล้ว นึกไม่ออกจิงๆ
งั้นวันนี้แค่นี้นะ ..เจอกันใหม่ เมื่ออยากเล่าเรื่องอะไรที่เล่าได้ ..นะจ้ะ April 04 สักวัน..ที่บ้านตอนนี้อยู่บ้าน เป็นการกลับบ้านที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะกลับ ..เพราะ ลุงเสีย .. ไปอยู่ที่งานศพ ก็รู้สึกแปลกๆ ทำไมน่ะเหรอ .. ก็เพราะว่า ญาติๆ ลูกพี่ ลูกน้อง ที่เคยเล่นดินเล่นโคลนมาด้วยกันแต่เด็ก ..มาเจอกันคราวนี้ .. ทุกคน ต่างเอาแฟนตัวเองมา ‘โชว์’ กันทั้งนั้น ถ้าไม่นับพี่ณัฐ ..ก็เป็นเราคนเดียว ที่ไม่มี ‘ ’ กับเขา ..
เฮอออ.... เมื่อไหร่นะ มันจะเป็นเพราะว่าเราเลือกมากเหรอ ..เราต้องหาสิ่งที่ดีให้กับชีวิตเราเองสิ
..แล้วที่สำคัญ ใช่ว่าเราจะเป็นฝ่ายเลือกฝ่ายเดียว
.. คนที่เราเลือกเขาบางที เขายังไม่เลือกเราเลย....... เช่นครั้งนี้ ................................................................................................................................................................................................................................(ขอจุดยาวๆได้มั้ย.......)
เหนื่อยนะ ..บางที
.....แต่เราก็เชื่อแระ ว่าจะ ‘มีสักวัน’
สักวัน. สักวัน.. สักวัน...
“ฉันจงเชื่อในวันนั้น” April 02 ประสบการณ์ ความทรงจำ การเดินทาง..วังเสมา
กลับมาแล้ว กลับมาจากค่ายที่บอกไปตั้งแต่บลอคอันที่แล้วแล้ว กลับมาถึงวันที่ 31 ตอนเย็นๆ ขึ้นหอมาก็เชคเมลล์ไปได้แปปนึงก็หลับไปทั้งสภาพแบบนั้น ตื่นมาอีกที ก็ตีสามแล้ว สิริรวมแปดชั่วโมงพอดีเวลานอนปกติของเราเลย ตื่นขึ้นมาคิดว่าคงจะนอนพอแล้ว ปรากฏว่ายังง่วงต่อได้อีก ก็เลยไปอาบน้ำพร้อมกับมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง สงสัยคงเป็นเพราะใช้ชีวิตผิดเวลา ..แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว
วันนี้ก็จะมาเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังกัน ไม่เล่ามากหรอก ขี้เกียจพิมพ์ เหอๆ
รูปในบลอคนี้ มีพวกกิจกรรมแล้วก็คนด้วยนะ ถ้าอยากดูรูปที่ตั้งใจถ่ายให้สวยอย่างเดียวก็ดูได้ที่อัลบั้ม รวมรูปสวย(แปลก!?!) จากค่ายพัฒน์คณะ
วันแรกไปถึง ก็ไปเจอกับไอ้พวกสี่คนที่ไปล่วงหน้าก่อนแล้ว ไม่อยากบอกว่าเห็นอีแบงค์ครั้งแรกนึกว่าชาวบ้านแถวนั้น กลมกลืนมากกกก ..แอบเม้าท์น้อง อิอิ
การต้อนรับขับสู้ของคนที่นี่ดีมาก ผู้หลักผู้ใหญ่มาต้อนรับกันมากมาย พอเสร็จตรงนั้น เราก็ไปเดินเล่นกันในหมู่บ้าน เรียบง่ายดีจัง ดอกไม้รายทาง.. (เกร็ดเล็กน้อย เขาว่ากันว่า ไม่มีที่ใด ถนนสายใด ที่ไม่มีดอกรักไปเติบโต เป็นเพราะว่า ทุกที่นั้นมีแต่ความรัก ..อิ๊วว เน่าจัง .. แล้วทำไมฉันยังไม่มีรักกับเขาซะทีน้า..เฮออ)
ดอกคูณ ..จะเห็นได้เยอะมากที่นี่ มาช่วงที่มันกำลังบานกันพอดี เหลืองไปหมด ถือว่าเป็นดอกไม้ประจำภาคอีสานก็ว่าได้ เพราะเคยได้ยินคำกล่าวว่า 'ดอกคูณเสียงแคน'
เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงสะพานที่เป็นเหมือนสุดสายปลายทางของหมู่บ้าน เพราะถ้าข้ามไปแล้ว ก็จะเป็นอีกหมู่บ้านนึง ..เหมือนหมู่บ้านฮอบบิทตัน ในลอร์ดออฟเดอะริงเลย..
แล้วก็เป็นการทัวร์หมู่บ้านจริงๆ เข้าไปดูในวัด เข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน แวะดูลำคลองต่างๆ แล้วก็ถ่ายรูปมาเรื่อยๆ ชอบจัง
เจอชาวสวนอยู่ริมน้ำ ขอแชะซะหน่อย..
รูปนี้มีคนบอกว่า สุดยอด เอาไปทำเป็นโปสการ์ดได้เลย ..เราก็ว่า เฉยๆนะ ไม่รู้สิ ใครว่าไงบ้าง แต่เคืรู้สึกดีใจที่ได้ถ่ายมันอ่ะ เพราะรู้สึกว่า น้อยคนที่จะได้เห็นอย่างนี้
เด็กหญิงคนแรกที่เราเห็นของหมู่บ้านนี้ ก็เลย ขอกดไว้หน่อย มาตั้งนานแระ เพิ่งเห็นเด็กผู้หญิงเนี่ยแระ
กลับมาพักผ่อนที่โรงเรียน ถ่ายรูปเล่นๆไปเรื่อย แล้วก็มีการเตรียมงานวันรุ่งขึ้นก็ต่อไป
เช้าวันแรก ณ ที่นั่น ของเรา บรรยากาศสดใสเป็นใจ ถือว่าเป็นการต้อนรับเราที่อบอุ่นจริงๆ ขอบคุณครับ
บรรยากาศบริเวณแอ่งที่เรานอน ก็เป็นแบบเนี้ย.. คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก อิอิ
ถ่ายรูปเล่นๆ หลังกินข้าวเสร็จ ข้าวอร่อยดีนะ ที่นี่ มีแม่ครัวทำให้ตอนเช้าและกลางวัน ส่วนตอนเย็น เราแบ่งเวรกันทำเอง มีวันนึงเป็นเวรเรา เราไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอก มารู้ที่หลังว่า ทำกันแต่กับข้าว แต่ไม่ยอมหุงข้าวว ..โหยย เซ็ง ดีนะ ที่มีแม่ครัว แอบหุงหม้อเล็กๆไว้ บวกกับ มีราดหน้าเหลืออยู่
ตอนที่ทำกิจกรรมครั้งแรก เราก็แอบออกมาถ่ายรูปน้องอนุบาลเล่น น่ารักดี
บ่ายนั้นก็ทำฐานวาดรูป ได้เจอฤทธิ์ของเด็กหลายๆคน น่ากลัวเชียว แต่ที่สำคัญ อยากรู้มากว่า "มรึงรู้ได้ไง ว่ากรูเป็นตุ๊ด" ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ จิงๆ เหอๆ
พอเสร็จกิจกรรม ก็มีการเดินไปส่งน้องที่บ้านกัน เราก็ถือโอกาสออกไปเดินเที่ยว รู้จักชุมชนให้มากขึ้น ก็เลยต้องขอลองกินส้มตำของเขาซะหน่อย ว่ารสชาติจะเป็นยังไง จานที่เห็นอยู่อะ เป็นตำปลาร้า ที่อีแบงค์บอกเผ็ดๆ ได้มาแม่งโคตรเผ็ด..
น้ำหูน้ำตาไหลหมด..
ฐานอีกวันนึง เราให้โอกาสน้องๆทุกคนเป็นดีไซนเนอร์ ออกแบบเสื้อผ้า ...อิอิ ได้แกล้งพี่ๆ น้องก็สนุกกันใหญ่ เราก็สนุกด้วย
มีการเดินแบบด้วย ฮามากกกก
ไอ้หมีพูล้างจาน (ตอนไหนว่ะ ลืมแล้ว น่าจะเป็นตอนเย็นนะ)
ถ่ายบรรยากาศ ณ จุดที่ถ่ายไอ้หมูพีร์ล้างจานเมื่อกี้
ล้างจานเสร็จ น้องใจดี ก็เดินมาพอดี เลยไปเล่นกับมันหน่อย แต่ไม่ค่อยหน่อยนะ มีรูปมันในกล้องเยอะกว่าคนอีก อิอิ ก็มันน่ารักอ่ะ
คุณเคยเห็นหมายิ้มมั้ยครับ..
สวย..
อืมม เย็นวันเดียวกันนี้แระ มีกิจกรรมสานความสัมพันธ์ของคนในค่ายด้วย เราไม่ได้เล่นตั้งแต่แรกหรอก เพราะช่วยทำกับข้าวอยู่ แอบเห็นเกมส์นึง น่าจสนุกมากๆ เป็นอะไรๆ ยิงปืนๆ เนี่ยแระ ..
กิจกรรมวันที่เป็นกีฬาสี ก็มีเกมส์ต่างๆกันไป แล้วก็โดนบังคับให้ถ่าย โดยน้องคิระ สุด(คิดว่าตัวเอง)หล่อ ..อิอิ
พี่ภพโดนน้องแกล้งซะแล้ววว..
แล้วนิ่ เป็นคนเล่นเกมส์เป่าแป้งเอง หรือว่าโดนเพื่อนแกล้งละเนี่ย
อีพวกนี้ก็กินๆ เต้นๆ กันอย่างเดียว ..ว่าแล้วก็ขำท่าชิปปี้ชิป อีแบงค์ไม่ไหวแล้วว ..555
รูปนี้เราไม่ได้ถ่าย แต่สวยดี ชอบ
นี้ รูปแสดงหลักฐานของการมาค่ายครั้งนี้ เห็นจุดใหญ่ๆ บนหน้านั้นมั้ย นั้นแระ ..เม็ดเป้ง
วันรองสุดท้ายก่อนกลับ ก็มีการเลี้ยงพระเพลกัน มัคทายก ดุ๊ ดุ ..
เสร็จแล้ว ก็ช่วยกันล้างจาน เราไม่ได้เป็นเวรก็ช่วยเขา เพราะชอบงานล้างจานอยู่แล้ว ใครสนใจ อยากเอาไปล้างจานที่บ้านก็ได้นะ ไม่คิดเงิน แต่คิดเป็น การไปนั่งกินข้าวด้วยกันทุกเย็น การเดินซื้อของด้วยกัน การดูหนังด้วย และความห่วงใยที่มีให้กัน เท่านี้ก็พอแล้ว
โดนเด็กรุมอีกแล้วว ขนาดในวัดนะเนี่ยย..
บ่ายวันนั้น ชาวบ้านใจดีมาก ..จัดพีธีบายศรีสู่ขวัญให้ ทำให้เราได้เห็นรูปแบบประเพณีของเขาที่จดจำ แขนที่เห็นน่ะ แขนไอ้หมูใหม่นะ
แล้วก็โดนรุมอีก มีคนบอกว่าเป็นฮาเรมรึเปล่า..
ณ เช้าวันกลับ ชายบ้านพากันมาส่ง แล้วยังให้ของที่ระลึกอีกนะ ใจดีจริง
น้องแพตกล่าวอะไรซักหน่อยสิ..ในฐานะที่ชาวบ้านเขารับเป็นลูกสาวแล้ว ..ถึงแม้จะคิดว่าเป็นอิสลามก็ตาม..
ถ่ายรูปรวมกับเด็ก..
ถ่ายรูปรวมกับผู้ใหญ่ ..แล้วก็อำลาจาก
อยากบอกว่า พี่นันของเรา หลั่งน้ำตาอีกแล้วครับ ..ตั้งแต่ค่ายที่แล้วๆ
แล้วเราก็มาแวะเที่ยวน้ำตกมวกเหล็กที่เราเพิ่งมาไม่นานนี้เอง แต่ครั้งนั้นไม่ได้ลงเล่น ครั้งนี้เลยเล่นซะ โดนหินตำเรยย ..สนุกดี จับนังหมูใหม่ตีลังกาในน้ำด้วย สงสารมันอยู่นะ แต่โคตรขำอ่ะ ..
เก็บตก เรื่องที่ยังไม่ได้เล่า ออ เรื่องแรก ไส้อั่วอร่อยมาก เป็นเนื้อหมูด้วยนะ เราเอาไปเทคบัดดี้ด้วยล่ะ พี่นันของเรานั้นเอง ตอนเอาไปให้เราก็เอาไปให้เอง ไม่ฝากใคร มั่นใจซะอย่าง แล้วพี่นันก็มาฝากเราหั่น เราหั่นเสร็จเราก็ช่วยพี่นันกิน ..เอ๊ะ ซื้อมากินเองนี่หว่าอย่างนี้ อิอิ
เรื่องตกค้างที่สอง นอกจากการเปิดใจกันในค่ายแล้ว เรายังแอบมีการเปิดใจกันในกลุ่มที่สนิทๆด้วย ได้รู้อะไรต่างๆ กันมากมาย โคตรฮา และ โคตรอายเรยย...
เรื่องที่สาม ..มีการเล่นลิเกสดกันด้วย โดยเรานิ่ล่ะ ทำหน้าที่เองทุกอย่าง สนองความคันของตัวเอง โดยมีตัวแสดงหลักที่นอกจากเราก็เป็น นังหมูใหม่กะน้องปอ ที่พลอตเรื่องก็ไม่พ้นแย่ง 'สาระมี' กัน อิอิ ..พอใจอยู่ มีแต่คนชอบ เล่นตั้งหลายเรื่องหลายวันแน่ะ 555
เรื่องที่สี่ เล่นวอลเล่ย์มันส์มาก มีลุง(ที่อาจจะเป็นเจ้)มาเล่นด้วย เล่นโคตรโกง อย่าให้มีช่องโหว่เหอะ เหอๆ เราเล่นเกือบทุกวันจนหนังเท้าพอง วันหลังๆ เดินกะเพลกเรยย (แต่การเดินกะเพลกก็มีประโยชน์นะ ทำให้เดินได้ช้า ..อิอิ งงละสิ ไม่บอกหรอก)
อาจจะมีเรื่องอื่นอีกนะ แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ถ้านึกออกเมื่อไหร่ ก็จะเอามาบอกนะ
ซึ่งก็แอบมีบ้างเรื่องล่ะ ที่นึกออกได้ตลอด แต่ก็จะเอามาบอกก็ไม่ได้ ขอเก็บเป็นความทรงจำส่วนตัวนะจ้ะ..:)
|
|
|