Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 27

    1 Litre of Tears


    ละครห่าอะไรทำให้ร้องไห้ได้ทุกวัน

    ละครเรื่องนี้แหละท่านผู้ชม

    "บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร 1 Litre of Tears"

    เรื่องราวของ อายะ เด็กสาวที่เป็นโรคร้ายที่ไม่อาจหายได้
    โดยที่ร่างกายแต่ละส่วนจะค่อยๆ ไม่สามารถใช้งานได้ จนรวมถึงการพูด

    เราเพิ่งดูเป็นวันที่สอง ซึ่งทั้งสองวันเราก็ร้องไห้ตามละครทุกครั้ง
    ละคร แม่ง โคตรเศร้าและทราบซึ้ง

    ..

    เพื่อนๆ ไปดูกันนะ ได้อะไรดีๆ มาสร้างกำลังใจให้เราต่อสู้ชีวิตด้วย
    (ทุกวันจันทร์-อังคาร 20.30 น. ช่อง TPBS)

    ลืมบอกไปว่า เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงนะจ้ะ

    ..

    เท่าทันข่าว ดีจริงหรือ?


    ช่วงที่ผ่านมานี้ได้มีโอกาสดูข่าวบ่อยหน่อย และก็รู้สึกชอบการเท่าทันข่าวขึ้นมา
    เพราะเมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่ไหน เรารับรู้ได้หมดเลย

    แต่เมื่อนานวันเข้า เราเพิ่งได้สังเกตเห็นตัวเองว่าข่าวที่เราเสพเข้าไปทุกวันนั้น มีข่าวที่เป็นข่าวที่ดีอยู่จำนวนน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับข่าวทั้งหมด
    เรารู้สึกหดหู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลก และอย่างยิ่งโดยเฉพาะประเทศไทย

    "คนเราแม่งเหี้ยได้มากขนาดนี้เลยเหรอว่ะ"

    เราคงอ่อนต่อโลกการเมืองมากนัก ถึงรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอยู่นี้ร้ายแรงมาก

    เรานึกย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เราได้เคยอ่านผ่านๆ จากหนังสือคลายเคลียดทั้งหลายว่า อย่าอ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
    ตอนนี้เราเข้าใจได้ดีทีเดียว ว่ามันสามารถเพิ่มความเครียดให้คนเราได้มากขึ้นจริงๆ

    และยิ่งสำหรับเราที่อยู่ในช่วงที่ยังไม่รู้หัวรู้หางของชีวิตที่ก็มีเรื่องของตัวเองให้คิดมากอยู่แล้ว เรายิ่งได้รับผลกระทบอย่างไม่มีเกราะป้องกัน

    สำหรับการเท่าทันข่าวคงดีสำหรับบางคนที่ชีวิตถูกผูกอยู่กับข่าว แต่สำหรับเราแล้วช่วงนี้ของดชั่วคราว ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่คงได้เห็นเราสนใจข่าวมากขึ้นอีกครั้ง แต่คงไม่ติดตามทุกสถานการณ์และปวดหัวไปกับทุกความเคลื่อนไหวอย่างนี้อีกแล้วเป็นแน่

    .. เข็ด

    May 23

    ณ คอนโดถนอมมิตร


     

    ..
    จริงๆ แล้วมันก็ไม่เชิงเรียกว่าคอนโดได้ดีนักหรอก
    เพราะห้องก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ขนาดที่เราต้องอยู่คนเดียวเท่านั้นถึงจะพอใจ

    แต่ที่คนทั่วไปเรียกว่าคอนโดนั้น อาจเป็นเพราะด้วยจำนวนตึกที่เยอะมาก
    เราจำไม่ได้แล้วว่ามีสิบเท่าไหร่ตึก แต่ละตึกก็มีตั้งแปดเก้าชั้น(จำไม่ได้หรอกว่ามีกี่ชั้นเพราะไม่เคยขึ้นไปเกินชั้นหกเลยสักครั้ง)
    และแน่นอนแต่ละตึกก็มีหน้าตาเหมือนๆ กัน

    ยังจำได้ว่าวันแรกที่ได้เข้ามาเห็นคอนโดที่พี่คนโตอยู่นี้ รู้สึกทึ่งกับจำนวนตึกและการสร้างสรรค์หมู่บ้านจำลองของเจ้าของกิจการมาก
    เมื่อมีห้องซึ่งถือว่าเป็นบ้านของหลายพันครอบครัว เมื่อมีคนก็มีการกิน ดังนั้นจึงมีตลาดถนอมมิตร และคนเราก็ต้องการการพักผ่อน สวนสาธารณะของคอนโดก็มีมารองรับ มีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนส เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านใหญ่ๆ หมู่หนึ่งเลยทีเดียว

    พี่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่สอง-สามปีแล้ว เราชอบสวนสาธารณะกับตลาดของที่นี่มากที่สุด สอง-สามปีที่ผ่านมาเราได้แวะมาที่นี่ถือว่าไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ เพราะด้วยระยะทางไกลจากที่พักของเรามากอยู่ แต่เมื่อได้มาทีไรแล้วก็ได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้ชีวิตของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเมืองจำลองแห่งหนึ่งทุกครั้ง
    สิ่งที่เราสังเกตได้อยู่เสมอคือ ที่นี่ไม่เคยขาดเด็กทารกสักครั้ง
    เนื่องจากเราชอบเดินในสวนจึงมักเห็นคุณแม่พาเด็กตัวน้อยนั่งรถเข็นมาเสมอ เรียกได้ว่าได้เห็นภาพแบบนี้ทุกครั้งที่มาที่นี่เลยก็ว่าได้

    เรากลับมา-คิดไป ว่าคนที่อยู่ที่นี่น่าจะไม่ใช่คนที่มีรายได้สูงประมาณต่อเดือนเป็นแสนเป็นแน่ คิดเอาเองจากค่าเช่าห้องที่พี่จ่ายและขนาดห้อง
    ดังนั้น ในเมื่อเขาไม่ได้มีรายได้สูง แล้วทำไมเขายังมีลูกกันอีกล่ะ
    ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นความคิดเห็นแบบส่วนตัวเลยทีเดียว เพราะเราคิดว่า ตอนนี้เศรษฐกิจบ้านเมืองเราก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าหากมีสมาชิกใหม่ในครอบครัวเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ครอบครัวนั้นก็ต้องแชร์รายได้เพื่อเป็นการเลี้ยงดูสมาชิกใหม่นั้นด้วย ดังนั้นแล้วในกรณีของครอบครัวที่ไม่ได้มีรายได้สูงอะไรเมื่อมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาในครอบครัว แน่นอนว่าจากรายได้ที่ไม่ค่อยจะพอใช้ก็ย่อมต้องไม่พอใช้มากขึ้นไปอีก
    และเราคิดถึงสมาชิกที่เกิดขึ้นมาด้วยว่าเขาต้องเกิดมาโดยจะไม่ได้รับการเลี้ยงดูด้านการเงินดีพอสมควร(สำคัญสำหรับสังคมในปัจจุบัน) เราก็ไม่อยากให้มีเด็กที่เกิดมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้มากขึ้นไปอีก

    แต่เรื่องนี้เราก็ไม่รู้ได้หรอกว่า ครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ที่เราเห็นทุกครั้งที่นี่นั้น ก็อาจเป็นครอบครัวที่มีเงินเหลือพอให้แก่สมาชิกคนอื่นก็ได้

    แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องการเงินสำหรับบางครอบครัวอาจจะไม่ได้สำคัญไปกว่าการมีโซ่ทองคล้องใจก็เป็นได้

    .. เราอาจคิดไม่เหมือนเขา ..

    แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้ก็คือ ความเป็นวงจร วงจรแห่งความเปลี่ยนแปลง ซึ่งแปลงเปลี่ยนแบบเป็นวงจร

    อีกไม่กี่สัปดาห์เรากับพี่ก็ต้องย้ายของออกจากที่นี่กันแล้ว เพราะว่าพี่ได้ที่ทำงานที่อื่น
    ไม่อยู่ได้ทันใช้ตลาดถนอมมิตรใหม่ ที่สูงใหญ่และใหม่เอี่ยม
    แต่ก็ไม่รู้ว่ายังจะมีบรรยากาศแบบเดิมๆ อยู่รึเปล่า
    เดินตลาดกับท้องฟ้าสีแดง
    เราขอจดจำบรรยากาศแบบนั้นไว้ดีกว่า
    .. ทุกๆ สิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

    จากนี้ไป สำหรับชีวิตเราแล้วก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง ซึ่งก็หวังว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
    ..และใช่เรา


    ป.ล. จะคิดถึงไอ้หมาสีแดงที่เจอกันไม่บ่อยแต่ก็ไม่เคยลืมกัน แล้วก็เพื่อนมันที่ชื่อโบ้ แต่หน้าบู้ ไม่ค่อยรับแขก แต่ก็เคยมาเคลี้ยเราอยู่ และจะไม่ลืมร้านอินเตอร์เนตที่เซอร์วิสมายด์ดีเยี่ยม จนเกือบจะหลงรักเข้าไปแล้ว ..

    May 21

    Hi Hua Hin


    "ออ ม้า แสก"

    "เพ่ เพ่ นวคนัมมันม้า"

    อิอิ  คำว่าออย์มาสสาจตกตัว E ด้านหลังไป เราก็เลยคิดกันว่าสงสัยพม่ามาเปิดกิจการ เลยพูดไม่ชัด
    ๕๕๕

    เหตุเกิดขึ้นในวันที่พวกเราไปเขาตะเกียบกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น
    ครั้งนี้เรากลับมาไหว้พระบนวัดเขาตะเกียบที่เป็นวัดอยู่บนเขา

    ซึ่งการมาเช้าวันนี้แตกต่างจากครั้งแรกเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง
    เพราะเมื่อคืนเรามาเต้น เต้น แล้วก็เต้นกัน ริมหาดเขาตะเกียบ
    กับงาน Honda Summer Fresh @ Hua Hin นั้นเอง

    งานสนุกมาก คนก็เยอะมากด้วย ดูๆ ก็มีแต่คนมีความสุข บ้างก็ดื่ม บ้างก็เต้น ทุกคนส่งเสียง
    ทีเด็ดคือการได้เต้นในน้ำ ใครจะเคยคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตอยู่ริมทะเล และได้เต้นตามตอนที่เล่นน้ำทะเลไปด้วย

    ..

    สนุกมากๆ เลยขอบอก

    หัวหินไม่เคยทำให้เราผิดหวังสักครั้งจริงๆ

    .. เจอกันโอกาสหน้านะ หัวหิน
    เมื่อครั้งที่เราใช้เงินตัวเองเที่ยวทั้งทริป

    ..

    สวัสดีหัวหิน

    May 02

    ฝนตกแล้ว


    ฝนตกแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะเข้าหน้าฝน หรือว่าเป็นเพราะพายุเข้า แต่ที่รู้คือดีใจ

    ช่วงกลางวัน บ่ายๆ แทนที่จะเป็นแดดจัดจนแสบผิว แต่วันนี้เมื่อได้มองออกไปที่ระเบียงบ้าน เห็นท้องฟ้าสีครึ้ม เม็ดฝนค่อยๆ พร่างพรมลงมา
    มันมีความรู้สึกดีชนิตที่สำหรับเราไม่น่าจะมีอะไรมาแทนได้

    สายลม ละอองน้ำ กลิ่นดิน
    ..

    เจ้าสองตัวนี้เดินเล่นน้ำฝนยู่หน้าบ้าน

     

    เอากระต่ายมาอวด ของพี่สาวน่ะ สองตัวนี้มันกินจุเวอร์ ท้องหลอกไปแล้วทีหนึ่งด้วย ครั้งนั้นคิดว่าจะได้ลูกกระต่ายมาเลี้ยงซะแล้ว

      

     

    แล้วตอนฝนตกได้ถ่ายรูปอ่างปลาหางนกยูงไว้ เนื่องด้วยฟ้ามืด ภาพที่ได้เลยไหว แต่ทำให้ชอบภาพนี้มาก ใครชอบก็โหลดภาพใหญ่ไปได้นะ

    คลิกเพื่อดูขนาดใหญ่