Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 27

    วันนี้ เที่ยงวัน วันพุธ..

              ก็อื่นขอชี้แจงแถลงไข เรียกง่ายๆว่า บ่นอย่างมีเหตุผล O_o(<<ง่ายมั้ยเนี่ยไม่เห็นง่ายขึ้นเลย) ในเรื่องที่เราไม่ได้เล่นเนตแม้กระทั่งไม่ได้อัพสเปซเลย ทั้งๆที่เราตั้งใจไว้เต็มที่ว่าจะอัพให้ได้ทุกวัน(หรือถ้าจะอัพไม่ได้ก็ให้เป็นเหตุผลมาจากตัวเราเองเช่น ง่วง..) คือ มันเกิดมาจากที่ อินเตอร์เนต ที่หอเรา ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะระบบเสีย หรือว่าเป็นเพราะ นโยบาย กันแน่ที่ทำให้สัญญาณมันไม่ดีมากๆเลย ด้วยความที่ห้องเราเป็นห้องริมอยู่แล้วสัญญาณวายเลสก็จะต่ำกว่าห้องกลางๆอยู่แล้วเพราะไกลจากตัวส่งสัญญาณ แล้วยิ่งสัญญาณต่ำลงอีก ที่ห้องก็แทบจะเล่นไม่ได้กันเลยทีเดียว ..เซ็งขนาด ว่าจะเขียนร้องเรียน เขาจะได้รับรู้feedbackถ้ามันเกิดมาจากนโยบายของเขา..
              ก็เลยเป็นอันว่า Modern Mom ตอน9 ตอน10 ตอนต่อๆมาก็ยังไม่ได้เขียนเลย วันนี้ก็เป็นตอนที่13เข้าไปแล้ว แล้วยังมีเรื่องที่ไปสัมมนาต้นปีชมรมล้านนามาอีก ไม่ได้เล่าอะไรสักอย่าง ..เฮออ
              แล้วตอนนี้ที่ได้เล่นคือพี่ดอย(พี่ที่ฝึกงาน)ออกไปสัมภาษณ์คุณหมอที่โรงพยาบาล คอมก็เลยว่าง เลยก็เล่นหน่อย ไม่ไหวล่ะ..
              จะเล่าอะไรดี เอาเรื่องที่ไปสัมมนาก่อนละกัน เราเพิ่งเคยไปปีนี่เป็นปีแรก เพราะที่ผ่านมาติดรับน้องคณะหมดเลย ..ก็เป็นอันว่า สนุกล่ะกัน ได้เรียนรู้และ "รับรู้" อะไรหลายๆอย่างด้วย ไม่อยากเขียนยาวกลัวเบื่อกัน แต่ที่แน่ๆเราได้ถ่ายรูปสวยๆมาด้วยล่ะ แล้วเรายังได้ตำแหน่ง Miss Conginaility ด้วย(พิมพ์ถูกป่าวว่ะ) เรียกภาษาไทยว่านางงามมิตรภาพอ่ะ ได้รับจากคะแนนโหวตน้า อิอิ.. อย่ามองเราอย่างนั้นสิ ..เขิลนะ
              แล้วมาเรื่องงานบ้างนะ ก็ได้ทำอะไรที่พัฒนาขึ้นตั้งเยอะนะ ก็ดีนะ ได้ประสบการณ์ แล้วที่โชคดีคือเมื่อวานได้ไปงานเปิดตัวหนังสือของคุณ ..(ทำไมนึกชื่อไม่ออกว่ะ ไม่น่าลืมง่ายๆเลยนะเนี่ย) เออ นั้นแระ ..ไฮโซมาก ไม่ไหวแล้ว ดาราไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทย ที่สำคัญๆแล้วก็เป็นแขกรับเชิญด้วยก็คือ นุ่น วรนุช โอซาแวง พล ตัน-ทะ-สะ-เถียน (กลัวพิมพ์ชื่อผิด ..อิอิ) ตั๊ก มยุรา แล้วก็คุณแม่ของมิทน์ อรรธวดี จำชื่อไม่ได้ งานนี้จัดที่เอมโพเรี่ยม หรูหราดีมาก เป็นประสบการณ์ของเราที่ดีจริงๆ เราได้เป็นคนถ่ายรูปด้วย กลัวอยู่ว่ารูปจะออกมาไม่สวย แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วนะ แต่ก็มีเกร็งๆบ้างเพราะมีแต่ตากล้องตัวจริงกันมาทั้งนั้น ถือกล้องใหญ่ๆ มาดมั่นๆ เหอๆ.. แล้วพอเสร็จงานพี่โอ๋ก็พาเดินขึ้นไป TCDC ด้วย เข้าไปในช็อปแล้วอยากได้กล้องโลโม่มาก ไม่แพงด้วย เดี๋ยวจะเก็บตังค์ซื้อ (..เฮออ นานแค่ไหนวะเนี่ย) แล้วพี่โอ๋ก็ให้เรากลับหอเลยด้วยถึงแม้ว่ามันจะไม่ถึงเวลาเลิกงานก็ตาม แต่พี่โอ๋บอกว่าเดี๋ยวนั่งรถกลับไปก็เสียเวลามากแล้ว ไปถึงก็ถึงเวลากลับพอดี ไม่ต้องเข้าไปหรอก ..ก็ขอบคุณครับ ดีใจๆเพราะว่ามีเหตุๆ
              คือว่าเมื่อตอนที่เดินอยู่ในช็อปของTCDC ปองโทรมาบอกว่าอาทิตย์ส่งชื่อหัวข้อซีเนียร์โปรเจคต์และอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจคต์ของเรา Oh.. Your Mother!(โอ้ว แม่มรึง!) แล้วดิชั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปคณะไปหาอาจารย์ละเนี่ย เวลาในชีวิตแทบจะไม่มีอยู่แล้ว ..เหอๆ แล้วเราก็ได้โอกาสขึ้นคณะทันที ไม่ได้ไปคณะตั้งนานทำไมมันดูไฮโซขึ้นว่ะ เอ๊ะ! หรือว่าเป็นเพราะชั้นไม่อยู่ .. เข้าไปหาพี่อ้อ ก็ได้รับใบลงชื่อรับรองว่าใครเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจคต์ทันที ได้รับคำขู่จากพี่ฝนมาว่า
    "ต่อจากนี้ ก็เป็นเวลาลงนรกแล้ว"
              โอ้ว สุดๆ จะพยายามคร่ะ มานั่งคิดอยู่หน้าห้องวิชาการว่าจะทำยังไงดี แล้วก็คิดถึงเรื่องที่เราสนใจไว้นานแล้ว จากที่คราวนู้นได้อ่านชีวจิตแล้วมันมีเรื่องของการขี่ม้าเพื่อกระตุ้นพัฒนาการ เราก็เซฟเก็บไว้คิดอยู่ว่าอยากเอามาทำเป็นโปรเจคต์ ก็เลยเอาว่ะ เอาเรื่องนี้ล่ะ ลองถามจากพี่ฝนก่อน(ป้ารหัสเรา ตอนนี้เป็นTAให้กับอาจารย์น้อง)ว่าถ้าโอ๊ตจะทำเรื่องนี้แล้วให้อาจารย์น้องเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาจะได้มั้ย พี่ฝนบอกดีเลย น่าสนใจ ยังไม่มีใครคิดทำเลย ก็เลยโอเค นั่งรออาจารย์น้องอยู่หน้าห้องนั้นล่ะ เพราะอาจารย์น้องสอนน้องปีสามอยู่กว่าจะเลิกก็หกโมงเย็น ตอนนั้นสี่โมงกว่า แต่ยังไงก็ต้องนั่งรอ แล้วพอดีมีพวกอีเมย์มาก็เลยได้อัพไดใส่กันเลย ..เพราะอีเมย์นะ ก็รู้ๆข่าวกันอยู่ว่ามันอะไรยังไง..ปุ๊ปหกโมงเลิกแล้ว เข้าไปหาอาจารย์เดี๋ยวนั้นเลย คุยกันตรงนั้นเลย อาจารย์ก็แนะนำอย่างนี้ๆ แล้วเราก็ขออาจารย์เป็นที่ปรึกษา อาจารย์ก็รับเดี๋ยวนั้นเลย เซ็นชื่อกันตรงนั้นเลย  ...อู้วว เป็นความโชคดีที่สุดยอดมาก ..ชอบๆ ขอบคุณครับไม่ว่าอะไร โชคชะตาฟ้าลิขิต อะไรก็แล้วแต่.. ขอบคุณครับ เราก็เลยได้เป็นคนส่งใบนั้นคนแรก พี่อ้อ(พี่ฝ่ายวิชาการ)บอกเยี่ยมมาก..
              เอาล่ะ แค่นี้นะ วันนี้คุณตัน โออิชิมาเป็นวิทยากรบรรยายอะไรก็ไม่รู้ด้วย แต่เราว่าจะไม่เข้าล่ะ เพราะอยากทำงานมากกว่า วันนี้ซือมาด้วยนะ ..ไปล่ะๆ บาย ถ้าโชคดี หวังว่าเราจะได้มาอัพกันใหม่..นะ
    June 20

    Modern Mom#8

              เมื่อเช้าเอาตุ๊กตาหมีตัวน้อยๆที่ซื้อเมื่อวานไปให้พี่ตั้ก แล้วเขาก็เอาไปโชว์คนอื่นใหญ่เลย แล้วพี่โอ๋ก็พูดขึ้นมาว่า "พี่ตั้กเป็นหมีน้อยของน้องโอ๊ต" ..อ้วกกกกกกกกกกกกกกก จะตายให้ได้ พูดมาได้ไง อี๊...........
              งานวันนี้ที่ทำก็เป็นการหาข้อมูลให้พี่ๆ เพราะว่าถอดเทปเสร็จไปแล้ว วันนี้หาข้อมูลเรื่องโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กับหาโรงเรียนอนุบาลที่มีแนวคิดไม่เร่งเรียน ไม่บังคับให้เด็กอ่านเขียน เราก็หาๆไปก็เจอกับหลักสูตรที่พี่ณัฐเคยพูดถึง หลักสูตรวอลดอร์ฟ แต่วันนี้เจอหลักสูตรอะไรอีกตั้งมากมายที่มีพื้นฐานพัฒนาศักยภาพจากตัวเด็กจริงๆ ไม่ได้พัฒนายัดเยียดเรื่องเรียน ความรู้สึกอยากเป็นครูอนุบาลก็เพิ่มมากขึ้นๆ ..แต่ยังไงเราก็ต้องดูอนาคตไปเรื่อยๆก่อนหล่ะ
              หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ไปเจอเข้ากับบทความหนึ่ง โดนมาก อยากให้คุณผู้เป็นใหญ่ในประเทศทั้งหลายได้อ่าน และ "รู้สึก" จังเลย
     
    ดังนี้ (ส่วนสีแดงนี้มันยาว ท่านไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้ ..แต่ถ้าท่านได้อ่าน ท่านจะรู้สึกว่ามันโดน และจะเกิดไฟอะไรบางอย่างในตัวท่าน..)
     
    เด็กคือคำสาป หรือคำอวยพรของผู้ใหญ่!
    วันเด็กปีนี้เราให้รางวัลอะไรแก่ลูกหลาน ลูกศิษย์ หรือชีวิตวัยเยาว์ที่ผ่านมาของเราบ้างหรือไม่

    บางคนแทบไม่อยากนึกถึงวัยเด็ก ขณะที่บางคนโหยหาวัยเด็ก บางคนทำอะไรตกหล่นไว้ และพยายามจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง และบางคนก็ไม่ยอมโต พยายามเป็นเด็กตลอดเวลาเพราะรับไม่ได้กับความจริงอันน่าเจ็บปวดในโลกปัจจุบัน

    การศึกษาก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเด็กคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมา ถูกเลี้ยงมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น กว่าสังคมไทยจะรู้ตัวว่าได้ทำให้การศึกษาบิดเบี้ยว ผิดรูปไปก็ผ่านมาร่วม 100 ปี ราวชั่วชีวิตของคนรุ่นหนึ่งถึงสองรุ่น สามรุ่นเลยทีเดียว

    วันนี้ การศึกษาแผนใหม่ หรือเด็กคนนั้นกลายเป็นคนแก่ที่หูตา ฝ้าฟาง แต่ยังไม่ยอมตาย เพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้พบหนทางสว่างของการศึกษาที่แท้จริงซึ่งจะทำให้เขามีความสุข สงบ เกิดสันติภายในจิตใจ เขาจึงได้กู่เสียงให้เด็กรุ่นหลังให้ได้ยินกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดลมว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกลับไปถามบรรพชนถึงการศึกษาที่แท้จริง

    เพราะเด็กๆ ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับการศึกษาแผนใหม่ ต่างถูกการศึกษาโบยตีเข้าสู่กำแพงคุกที่เรียกว่า โรงเรียน มหาวิทยาลัย แล้วถูกส่งออกมาพร้อมชุดลายขวางที่พร้อมจะใช้กฎเกณฑ์ที่ได้เรียนมาจากภายในมากำหนดวิถีชีวิตภายนอกให้เป็นไปตามคำบัญชาของตน

    เราจึงเห็นผู้ใหญ่ที่วางมาดและใช้อำนาจกันเป็นลูกโซ่ ความหอมหวนของอำนาจทำให้ผู้ใหญ่สร้างเด็กขึ้นมาให้เป็นรูปแบบเดียวกับตน แล้วพยายามสอนว่า โตขึ้นให้เป็นเจ้าคนนายคน

    วันนี้ สังคมไทยมีเจ้าคนนายคนเต็มไปหมด พร้อมกับหนี้สินเต็มตัว แล้วก็ละทิ้งผู้เฒ่าผู้แก่ไว้ใช้หนี้เบื้องหลัง ให้คนเฒ่าคนแก่อยู่ในบ้านพักคนชรา คนที่ยังมีกำลังก็มาขายแรงงานอยู่กลางถนน ขณะที่เจ้าคนนายคนขับรถผ่านปู่ย่าตายายก็แทบจะเฉี่ยวให้กระเด็นไป

    สังคมไทยที่เคยอบอุ่น ในบ้านเต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่คอยให้ขวัญกำลังใจแก่ลูกหลาน กำลังสูญหายไปกับกาลเวลาที่เราไม่เคยเห็นคุณค่าอย่างแท้จริง

    ความเป็นคนไทยที่ยิ้มง่าย ทุกข์ยาก ใจกว้าง มีอิสรเสรี กำลังกลายเป็นทาสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    โรงเรียนแนวใหม่ก็เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับความล้มเหลวของระบบการศึกษาแผนใหม่ที่รัฐบาลในนามของกระทรวงศึกษาธิการอันทรงเกียรติ พยายามปฏิรูปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็เหมือนกับเกาไม่ถูกที่คัน เพราะมัวแต่ไปแก้เรื่องนอกตัว เน้นรูปแบบมากกว่าเปลี่ยนแปลงภายในตัวครู

    วิญญาณครูจึงค่อยๆ บินจากไป คงเหลือแต่เพียงร่างกายและลมหายใจอันรวยริน เพราะไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่ารับใช้เบื้องบนอันทรงเกียรติ ส่วนหนึ่งเบื่อระบบที่ตายแล้วจึงพากันลาออกรับเงินบำเหน็จตามนโยบายของรัฐ 'เราจากกันด้วยดี' แล้วเข้าสู่วงจรธุรกิจเต็มรูป ปล่อยให้เด็กอยู่กับตำราเรียนที่เป็นขยะจากการคอรัปชั่นของคนในกระทรวงและสำนักพิมพ์ที่มีอำนาจเงินและเสียงดังมาหลายยุคสมัยไม่สิ้นสุด และอยู่กับครูที่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์พังๆ ไม่มีใครซ่อม หรือไม่ก็ท่องอินเทอร์เน็ตหาครูข้ามขอบฟ้า ซึ่งอาจจะได้เรียนวิชามารเป็นส่วนใหญ่

    โรงเรียนแนวใหม่เห็นความหายนะกับเด็กไทย ซึ่งจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าอย่างชัดเจน และไม่กลัวความล้มเหลวที่ผ่านมา หากได้นำเอาความล้มเหลวนั้นมาเป็นครูสอนใจให้รู้ว่า สิ่งใดไม่ดี ไม่ทำ และแสวงหาหนทางในการเรียนการสอนที่ทำให้เด็กเป็นเด็กตามวัย ค่อยๆ ให้เขาเรียนรู้ชีวิตที่แท้ไป ขณะเดียวกับก็ไม่ละทิ้งผู้ใหญ่ ปู่ย่าตายายไว้เบื้องหลังอย่างที่ผ่านมาด้วย

    เด็กรุ่นใหม่ ในโรงเรียนแนวใหม่จึงเป็นเด็กที่อ่อนน้อมถ่อมตน ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง เขาจะไม่เดินตามผู้ใหญ่ที่ถูกตัดรากจนไม่รู้จักตัวเอง ซึ่งได้เคยสาปพวกเขาไว้ แต่เขาจะช่วยคลายคำสาปให้กับผู้ใหญ่ที่เคยถูกสาปไว้ด้วย

    โอมเพี้ยง ขอคืนคำสาปไปยังที่ๆ มันมา...

    เช่นเดียวกับโฟรโด กับแซม ฮอบบิทตัวน้อยในเรื่อง the Lord of the Rings ที่โยนแหวนลงไปหลอมรวมในกองเพลิง

    ไม่เอาแล้ว การศึกษาที่ร้อนดั่งไฟที่ละทิ้งผู้อ่อนแอไว้เบื้องหลัง ซึ่งเป็นหนทางที่นำไปสู่สงครามภายในใจ จนถึงสงครามโลก
     
    ***************************************
     
              เย็นนี้รอรถนานอีกแล้ว ..แต่ก็ดีที่ได้ดูเขาเต้นแอโรบิคกัน ได้ดูเขาเต้นได้ฟังเพลงเร้าๆ แล้วก็อยากจะสะบัดตัวตาม .. ถ้ากลับบ้านครั้งหน้า แม่ชวนไปเต้นอีก คราวนี้จะไปด้วยล่ะ
              นั่งรถกลับมาก็มองคนริมถนนไปเรื่อยๆ ก็เจอคนห้อยจตุคามฯเต็มไปหมด เราก็มานั่งนึกว่า เอ๊ะ? จตุคามฯมีแต่รุ่นที่ฟังดูรวยๆ ไม่ใช่เหรอว่ะ เอ......แล้วทำไมพวกที่เราเห็นมัน... ไม่...เอ่อ  ..นะ  ก็แปลกใจ เราเลยคิดอยากทำวิจัยจัง แบบว่าสำรวจแล้วติดตามผลอ่ะ จะเก็บทำสถิติคนที่ห้อยจตุคามฯแล้วเราก็ติดตามผลไปเรื่อยๆว่าชีวิตพวกเขาเป็นยังไง  อิอิ .. ดีแมะ จะได้รู้กันไปเลย แต่สงสัยต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ตรงที่ต้องตรวจเช๊คความแท้ไม่แท้ของจตุคามฯนะ หะๆ

    MODERNMOM#7

              ตอนนี้อยู่ที่บริษัทล่ะ มานั่งหาข้อมูลอยู่เลยมาแอบอัพสเปซแปปหนึ่ง อัพของเมื่อวานน่ะ เพราะว่าเมื่อคืนที่หอเล่นเนตไม่ได้ โคตรตลกเลยมีคนเขียนป้ายประท้วงเรื่องเล่นเนตไม่ได้ในลิฟต์ด้วย แล้วทำแบบเป็นเหมือนเรื่องราวใหญ่โตเลยนะ แบบปฏิวัติทางการเมืองอ่ะ ฮาอ่ะ
               จะอัพว่าเมื่อวานถอดเทปคุณนันทขว้างเสร็จแล้วเรียบร้อย เสร็จแบบไม่ต้องให้พี่เกดตรวจอีกทีด้วย โล่งไปเปราะหนึ่ง แล้วพองานเสร็จก็นั่งว่างๆไม่ได้ทำอะไร พี่หมูแดงหาคนไปเซเว่นเป็นเพื่อนเราก็เลยอาสาไปด้วย อยากออกไปเดินเล่นอยู่แล้ว อิอิ เข้าทาง..
               ไปถึงเซเว่นพี่หมูแดงก็หาซื้อนั่นซื้อนี่ รวมไปถึงเค้กด้วย พี่หมูแดงบอกว่าวันเกิดพี่กระตั้ก ออ เพิ่งรู้ แล้วก็ต้องเข้าไปซื้อเค้กS&Pในโรงบาลเกษมราษฎ์ได้เป็นัพเค้กเหมือนของให้เด็กมา แล้วพี่หมูแดงก็เอาไปแกะ แล้วก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์กัน ก็ดีๆ ได้กินป็อปคอร์นด้วยเพราะว่ามีพี่ที่อยู่บ้านข้างๆเขาลองทำพอดี ..กินหอมมาก
               แล้วเย็นเมื่อวานเราก็ลองกลับบ้านด้วยวิธีใหม่ เพราะที่ทำงานนี้มันก็อยู่ใกล้ๆกับเดอะมอลล์งามวงศ์วานที่เราเคยมาประจำอยู่แล้ว ก็เลยขึ้นมอไซค์ไป30บาทส่งเราด้านหลัง แล้วแผนที่ในความคิดของเราก็บรรจบกันเพราะมันไปเชื่อมโยงกับประตูที่เราเคยมองผ่านมาจากข้างในออกไปข้างนอกว่ามันมีอะไร ..
               แล้วก็เลยเผลอใจแวะบองชูร้านเบเกอรี่เจ้าโปรดได้มินิครัวซองค์มาสี่อันกะไว้จะเอาไปแจกรูมเมท(แต่ปรากฏว่าไม่ได้แจกเพราะว่าส้มบางคน..ไม่เล่าละกัน) แล้วก็ขึ้น522กลับไปถึงอนุเสาวรีย์ฯลืมไปเลยว่าต้องมาแหล่งยา เมื่อกี้ซื้อคลินด้าไมซินมาจากเดอะมอลล์แล้ว ไม่ได้ราคาลดด้วย เซ็งจิต.
               แต่เราก็โชคดีนะ เหมือนกับการทำนายจากตั๋วรถเมลล์เลย เพราะว่าไปเจอกับพวงกุญแจหมีน้อยยี่สิบบาทที่เราเล็งไว้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไมและซื้อให้ใคร คราวนี้เลยได้โอกาสซื้อให้พี่ตั้กซะเลย ..
               แล้วไว้ค่อยมาเล่าเรื่องตั๋วรถเมลล์ทำนายดวงอีกทีนะ เราเคยเจอคนขึ้นรถเมลล์แล้วยืนบวกเลขเหมือนเราเลย สงสัยว่าจะเป็นวิชาเดียวกัน เหอๆ
               พูดถึงเจออะไรบนรถเมลล์ วันก่อนเจอคนเล่นเกมส์อะไรไม่รู้บนรถเมลล์สองวันติด คิดดู ..คนเดิมนะแหละ ก็เลยแม่งโคตรสงสัยว่าเล่นไรว่ะ เป็นเหมือนคอสเวิร์ดที่เป็นตัวเลข ก็สงสัยอยู่ พอมาที่ทำงานเราก็อยากรู้อยากเห็นค้นหนังสืออ่านไปเรื่อย ปรากฏกว่าไปเจอไอ้หนังสือแบบที่คนนั้นถือเป็นเซตเลย มีหลายเล่นเชียว ที่จริงแล้วเขาเรียกมันว่า SU DOKU(ซูโดะคุ)เป็นเกมส์จัดวางตัวเลขที่เขาบอกกันว่าในแต่ละวันที่คนที่กำลังนั่งรถไฟหรือกำลังรอรถโดยสารแก้ปริศนาซูโดะคุไปด้วย นับพันคน!!
     
               ไปล่ะ..เรื่องของวันนี้ก็คงจะอัพคืนนี้แหละ..ถ้าไม่ง่วงซะก่อนนะ..บาย
    June 18

    MODERMMOM#6

    เริ่มเข้าสัปดาห์ที่สองของการฝึกงานแล้ว .. แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์อยากอัพเรื่องที่ฝึกงานเลย แต่ไม่งั้นจะเล่าเรื่องอะไรล่ะ
    .
    ..
    ...
    ....
    .....
    นึกไม่ออกอ่ะ
    ...
     
    เออ นึกออกเรื่องหนึ่งอียุทธมันออกจากงานแล้วนะ แล้วจะออกมาทำอะไรรู้มั้ย
     
    ขายลูกชิ้นง่ะ  ..โคตรตื่นเต้นแทนมันเลย 
    ชอบอ่ะ คนคิดอะไรแบบนี้ แหวกแนวดี ไม่ต้องมามัวคิดว่า "ชั้นจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมารึเปล่า"
    แล้วเรามีความรู้สึกดีกับการที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
    ก็เลยยิ่งถูกใจความคิดและการตัดสินใจของอียุทธเข้าไปใหญ่
     
    โอ้ย ..ตื่นเต้นๆ ตื่นเต้นแทนมัน หะๆ
     
    เออได้เรียนรู้ตัวเองอีกหนึ่งอย่าง เรื่องนี้เรียนรู้มานานแล้วล่ะ แต่ยังสรุปที่Theoryไม่ได้ แต่ตอนนี้สรุปได้แล้ว
     
     
    { ถ้าข้าวโอ๊ตอารมณ์ไม่ดี หาอะไรยัดปากมันซะ โดยเฉพาะไอติม..เพราะมันจะเปลี่ยนเป็นคนละคน }
    June 17

    Kong..Proad............

     
     
     
    ..ของโปรด............
    June 16

    MODERNMOM#5

              ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าเราฝึกงานเสร็จไป 10% แล้ว ..ดูเร็วๆแมะ ดีนะเนี่ยที่มันสนุกอ่ะ ..
     
    เชื่อเรื่องนี้กันมั้ย ที่ว่าทุกอย่างมันมีเหตุมีผลในตัวของมัน เพื่ออะไรสักอย่าง แล้วก็มีไอ้ตัวอะไรสักตัวเนี่ยแหละ มันเหมือนเป็นตัวคอยกำหนดให้เราเป็นอะไรๆได้อยู่ เคยเจอกับเหตุการณ์ที่ว่า เราพลาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปมั้ย ทั้งๆที่เราคิดว่าสิ่งนั้นเราน่าจะได้ แต่พอไม่ได้สิ่งนั้นปุ๊ป เรากลับได้สิ่งอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อเราได้สัมผัสกับสิ่งที่ได้จริงๆแล้วนั้น เราก็ได้พบว่ามันคือสิ่งที่ดีมาก แล้วทำให้เราคิดย้อนกลับไปว่า ถ้าเราไม่พลาดสิ่งแรกนะ มันจะทำให้เรา 'ไม่เจอ' สิ่งที่สองนี่หรอก
    อย่างเช่นสำหรับเราในเรื่องฝีกงานนี้ ถ้าเราไม่โดนแคนเซิ่ลงานที่ KTC นะ เราก็จะไม่ได้เจองานที่โมเดิร์นมัม ที่รักลูกนี้ ซึ่งอยากบอกว่ามันเป็นงานที่ดีมาก ถึงแม้ว่าเราเพิ่งทำไปเพียงสัปดาห์เดียวนะ แต่เรากล้าบอกได้เลยว่า
    ..คุ้มค่ากว่าการฝึกงานกับบริษัทนั้นแน่..
     
    วันนี้ก็ได้เข้าประชุมcontentด้วย เป็นการประชุมของไตรมาสสุดท้ายของปี ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ดีนะ ถึงแม้ว่าเราอาจจะง่วงไปนิด แต่ก็รู้สึกคุ้มค่า(อีกแล้ว)ที่ได้เข้าประชุมกับพี่ๆเขาด้วยอ่ะ
    เดี๋ยวเราจะได้ช่วยพี่เขาทำคอลัมน์ Dish Update เดือนตุลาด้วย ซึ่งอาจจะเลยไปถึงเดือนพฤศจิกาถ้าเราไม่เสร็จฝึกงานซะก่อน
     
    เอ่อ วันนี้พี่หมูแดงอ่านนิสัยจากของที่ชอบกินให้ด้วยล่ะ พี่เขาก็ทำนายนิสัยของคนอื่นมาก็ตรงๆกันมาทุกคน ซึ่งเราก็ยอมรับว่าพี่เขาเก่ง แต่ก็จะติดตรงที่อาจจะเป็นที่พี่เขารู้จักกันมานานก็เป็นได้  พอมาถึงเรา เราก็ตอบว่า ขอใช้คำว่าเพียงแค่ตอบว่า "ชอบกินส้มตำ ปูปลาร้า หรือว่าตำมั่วที่ใส่เครื่องเยอะๆ และต้องที่ผักแกล้มเยอะๆด้วย" แค่เนี่ย พี่เขาก็บอกมาว่า แปรปรวนน่าดู แต่การคบเพื่อนเนี่ย จะไม่ชอบให้แต่ละกลุ่มมาปนกัน เพื่อนที่เป็นผู้หญิงก็กลุ่มหนึ่ง เพื่อนที่เป็นแบบ..ก็อีกกลุ่ม จะไม่ปนกัน..    เราตกใจมาก  เฮ้ย รู้ได้ไงอ่ะ คือแค่บอกเรื่องส้มตำ แต่พี่หมูแดงรู้ได้ไงอ่ะ เก่งมาก ว่าวันหลังจะให้สอนให้หน่อย มีเทคนิควิธีการอะไร ..อยากรู้มากๆเลยอ่ะ
     
    วันนี้รู้สึกโล่งๆตรงที่ไม่ต้องรีบนอนเพื่อรีบตื่นในตอนเช้า เพราะพรุ่งนี้วันเสาร์(เอากระเป๋าไปใส่กระปุก) อิอิ ความคิดเหมือนเด็กประถมกลับมาแล้ว วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์คือสวรรค์เล็กๆ
     
     
    หมายเหตุ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นคนละวันกันกับวันที่บลอคโชว์วันที่นะ เพราะตอนนี้เลยเที่ยงคืนไปแล้ว....บอกแล้ว  ว่า โล่ง...
    June 14

    MODERNMOM#4

             วันนี้ถอดเทปทั้งวันเลย ถือว่าทำไปได้เยอะแล้วนะ แต่ก็ยังเหลืออีกตั้งชั่วโมงเศษๆ ที่ถอดวันนี้เจอเสียงซือด้วย ซือถามพี่นันทขว้าง..
             แล้ววันนี้พี่ๆเขาพาไปกินขนมจีนที่ตลาดเตาปูนด้วย พี่โอ๋เลี้ยงเราอีกนะ บอกว่าเลี้ยงที่ไปช่วยงานเมื่อวาน เหอๆ เราไม่ได้ช่วยอะไรเลย แถมกลับก่อนอีกตั้งหาก แย่จริงๆ
             ไปตลาดก็ดีอย่าง ตรงที่ได้กินอะไรหลายอย่าง หมูสะเต๊ะ ไอติม แล้วก็ขนมไข่เต่าที่เราชอบด้วย อร๊อย อร่อย .. ชอบๆ
     
             วันนี้กว่าจะกลับถึงหอ...รถติดมากกกกก.. อยากจะทุบกระจก แล้วตะโกนว่า "ปล่อยชั้นออกไป" เหอๆ เหมือนถูกขังเลย
             พดถึงเรื่องรถ วันก่อนได้คุยกับพี่คนหนึ่ง พี่เขาก็ถามว่าไปกลับยังไง เราก็ตอบไป พี่เขาก็บอกว่า เออ ไกลเนาะ แล้วที่ขึ้นรถเมลล์ตรงนี้ก็รอน้านนาน(หมายถึงป้ายรถเมลล์ที่เราใช้ขึ้นกลับ) ..วันนั้นเราก็ได้แต่แย่งอยู่ในใจว่า รอไม่เห็นนานเลย เพราะทุกวัน(2วัน)ที่เราออกมารอ ก็แปปเดียว สาย16ก็มาแล้ว ...แต่วันนี้.......รอนานมากกกกก  จนหกโมงเพลงชาติจบชาวบ้านแถวนั้นก็เริ่มเต้นแอโรบิคกันแล้ว ถ้ารถมาช้ากว่านี้ว่าจะไปร่วมเต้นด้วยแล้วเนี่ย อิอิ
             เราจึงชักเริ่มมั่นใจกับคำทำนายจากตั๋วรถเมลล์แล้ว เพราะแม่นมาหลายรอบแล้ว เรียกว่าทุกวันทุกเที่ยวก็ว่าได้ ..เหอๆ อย่างเช่นวันนี้ได้เศษ2 แปลว่า โชคร้าย
             เอาไว้ถ้ามีเวลาจะมาอัพวิธีการทำนายและการอ่านคำทำนายให้ละกันนะ ..ส่วนวันนี้ขอนอนก่อนล่ะ แอบดีใจนิดหนึ่งตรงที่วันนี้ไม่มีการบ้านต้องกลับมาพิม อิอิ ..บายนะ  ฝันดี
    June 13

    MODERNMOM#3

              ฝึกงานวันที่สามช่วงเช้าก็ได้นั่งถอดเทปคุณนันทขว้างเหมือนเดิม รู้สึกว่าลื่นไหลขึ้น รวมถึงตัวเราเองที่ไหลลื่นไปกับคนและสถานที่ใหม่ๆได้ดีขึ้นแล้ว ช่วงบ่ายโชคดีจัง ได้ออกไปถ่ายปกกับพี่โอ๋ ปกนี้เป็นพี่เจี๊ยบ วรรธนากับลูกสองคน คือน้องเนปาลและน้องธิเบต หน้าตาน่ารักทั้งคู่เชียวโดยเฉพาะคนชายเจ้าตัวเล็กตาสวยมาก คนตาหนาเชียว ..
              ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของเราเชียวที่ได้มาทำอะไรแบบนี้ ได้รู้ระบบ ขั้นตอนของการทำงานชิ้นนี้ ..ดีใจๆ
              สถานที่ที่ไปถ่ายวันนี้คือที่บ้านราชครู ที่ซอยราชครูที่อารีย์นะ เป็นเหมือนทั้งโรงเรียนเหมือนทั้งห้องอัดไว้ให้คนเช่า ของแอน ธิติมา ..น่ารักเชียว ขนาดแค่พูดเสียงยังเพราะเลย..
              วันนี้เราได้กลับเร็วด้วยนะ ไม่ใช่งานเสร็จเร็วแต่อย่างใด เพราะตอนที่เรากลับงานยังไม่เสร็จเลย เหอๆ แต่ตอนนั้นก็หกโมงแล้วนะ เลยเวลาเลิกงานมาแล้ว พี่เขาก็บอกให้กลับได้ตั้งนานแล้วล่ะ แต่เราอยากอยู่เห็นหน้าลูกพี่เจี๊ยบก่อน เพราะว่าน้องทั้งสองเขามาทีหลัง ต้องรอเลิกเรียนแล้วกว่าจะฝ่าด่านรถติดมาได้อีกก็ปาไปห้าโมงครึ่งแล้ว.. แล้ววันนี้ก็เลยได้กลับรถไฟฟ้า ถึงเร็วกว่าวันปกติสักยี่สิบห้านาทีได้ ..แต่เวลาแค่นี้เราก็รู้สึกดีแล้ว..
     
              เจอกัน พรุ่งนี้นะ ..วันนี้แทบจะเขียนไม่ได้อยู่นะเนี่ย ..เรากลายเป็นเด็กดีไปซะแล้ว สี่ทุ่มปุ๊ป ง่วงปั๊ป.. ฝันดี ..บ๊าย บาย
    June 12

    MODERN MOM #1 and #2

              วันนี้ฝึกงานเป็นวันที่สองแล้ว ..บางคนงงว่า อ้าว แล้ววันที่หนึ่งไปไหน ทำไมไม่อัพว่ะ ..ตอบว่า วันแรกอิชั้นปรับตัวไม่ได้เจ้าคร่ะ กลับมาถึงห้องพลังวัจน์หมด รีบเตรียมเสื้อผ้า แล้วก็นอน นอนเร็วมาก สี่ทุ่มก่าๆ เหนื่อยและปวดหัวไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ว่าพี่ที่ฝึกงานเขาใช้งานหนักนะ ..วันแรกยังไม่ได้ทำอะไรจริงๆจังๆเลย แต่ที่เหนื่อยมากก็ด้วยการเดินทางอันนานแสนนาน หลับสามตื่นยังไม่ถึงเลย เหอๆ .. ดีนะเนี่ย ที่ต่อเดียวถึง ..
              วันนี้จะมาอัพเรื่องการฝึกงานสองวันที่ทำมา โดยในวันแรกนั้น ช่วงเช้าได้คุยกับพี่ปูฝ่ายบุคคลเกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติ แล้วพี่ปูก็พาไปส่งที่ฝ่ายนิตยสารซึ่งอยู่แค่ตรงข้ามกัน แล้วก็ได้คุยๆกับพี่ปุ๋ยที่เป็นผู้บังคับบัญชาเราเล็กน้อย(เหมือนทหารดีแมะ..) แล้วพี่เขาก็ให้อ่าน Modern Mom ก่อน เพราะเป็นเล่มที่เราต้องฝึกอยู่กับเล่มนี้ทั้งเช้า ตอนกลางวันก็ได้ไปกินข้าวโดยมีพี่โอ๋ พี่ดอย พี่ตั๊ก แล้วก็นักศึกษาฝึกงานที่ชื่อตาลไปกินด้วยกัน (..เราเกร็งอีกแล้ว กินข้าวกับคนอื่นไม่ค่อยได้ ..เหอๆ) แล้วช่วงบ่ายพอดีมีสัมมนาเรื่อง คุณค่าของสตรีแห่งทศวรรษใหม่ ก็โอเค พี่ๆเขาเป็นกันเองดี แล้วก็เสร็จได้กลับมาที่โต๊ะ แล้วก็ได้เจอน้องต้นน้ำ คำแรกที่เจอน้องพูดว่า (พูดกับพี่คนอื่นนะ) ..มีใครไม่รู้มานั่งโต๊ะหนู  ...555 อึ้งไปเลย อ้าว แย่งที่นั่งเด็กเหรอเนี่ย แล้วก็มีพี่คนอื่นๆ ก็แกล้งว่า ไปเก็บค่าเช่าเลย แต่น้องเดินไปบอกกับคุณแม่ว่า ใครไม่รู้นั่งโต๊ะหนู แต่หนูไม่เก็บค่าเช่าหรอก ..แหม่ๆ คุณน้อง น่ารักจริงๆ ..แล้วคุณแม่ก็ให้น้องต้นน้ำมานั่งทำการบ้านที่โต๊ะ(ของเราตอนนี้ ของน้องเมื่อก่อน) ..ก็ดูน้องทำการบ้าน น่ารักดี ..แล้วก็คุณแม่ กับพี่อีกคนหนึ่งเขาก็มาคุยกันเรื่องโรงเรียนอนุบาล เพราะพี่คนนั้นเคยเป็นครูมาก่อน เราก็เกิดความคิดขึ้นมาแว่บหนึ่ง*** แล้วก็กลับบ้าน นั่งรถนานมาก..แล้วก็เหนื่อยอย่างที่เล่าไปแล้ว ..
              และมาวันนี้วันอังคารที่ 12 การฝึกงานวันที่สอง ช่วงเช้าได้ถอดเทปของคุณนันทขว้าง ฟังเสียงยากมาก เขาเหมือนพูดกลืนคำกัน ฟังไม่ค่อยออก แล้วก็มาเป็นงานแรกของเรานะ ..เหอๆ แล้วก็ตอนบ่ายได้ออกไปถ่ายรูปในคอลัมน์ On Shelf กับพี่ดอย พี่หมูแดง ได้ไปบริษัทยูเนี่ยนบัตท้อน.. เพิ่งรู้ว่าเป็นที่ผลิตโมเสกอันเล็กๆ ที่จอยเอามาทำตุ้มหูอ่ะ แล้วเป็นสิ่งที่เราเจอแล้วอยากได้มาทำของด้วย ชื่อว่า คริสตัลไลน์ อ่ะ   ได้ไปเจอที่ๆจริงเลยน้า...  ดีใจๆ  แล้วก็กลับมาก็ช่วยถอดเทปต่อ จะหลับให้ได้ จากที่เจอแอร์ในรถแท๊กซี่เป่ามาด้วย และด้วยความง่วงส่วนตัวด้วย อิอิ  ดีที่ได้กินกาแฟไปหน่อย..  พี่ดอยเลี้ยงอีก ดีจริงๆ แล้วก็กลับบ้าน รอรถแปปเดียว ..โชคดี แต่ก็ทุ่มเศษกว่าจะถึงหอ เหอๆ..
             
              กลับมาแล้วก็แต่งตัวไปถ่ายรูปติดบัตรจะเอาไปติดบัตรนิสิตฝึกงาน แล้วก็เอาไปให้พี่ปูด้วย แต่..ปรากฏว่า ร้านปิดไปแล้วคร้าบบ .เหอๆ  ชั้นมีชีวิตว่างอยู่แค่วันเสาร์-อาทิตย์เหรอเนี่ย..
              แล้วก็เดินไปศาลาพระเกี้ยวไปดูชมรมเขาจัดซุ้มกัน เพราะวันรุ่งขึ้นและวันมะรืนเป็นงานเปิดโลกกิจกรรม เราก็ไปช่วยไอเดียนิดนึง ไม่ได้ทำไรเลย แต่ก็เห็นว่ามันไม่ต้องทำไรมาก แล้วก็เราต้องรีบพักผ่อนอีกก็เลยขอตัวกลับมาก่อน แล้วก็นั่งพิมอยู่เนี่ย..
     
    ไปอาบน้ำแล้วนะ ห้าทุ่มแล้ว ..นอนดึกแล้ว ..ช้านนนน(จะพยายามมาอัพทุกวันนะจ้ะ)
    June 07

    ชีวิต(จริง) ..

              เห็นเราบ้าๆ บอๆ ไปวันๆแบบนี้ อย่างนึกนะว่า เราจะไม่มีทุกข์ใดมากร่ำกรายเลย ..เจอไปแล้วคับ สดๆร้อนๆ เรื่องที่ฝึกงาน จะเริ่มฝึกอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าไม่ได้ตามที่เราต้องการฝึกก็มาเอาวันพุธก่อนหน้า(เมื่อวาน) ..เฮออ  ชีวิต ยอมรับว่าวินาทีแรกที่รู้ เครียดมาก.. เราก็วาดแผนไว้หลายอย่าง แล้วมันก็หายวับไป ..ต้องค่อยๆตั้งสติขึ้นมาได้ใหม่ คิดทบทวนเอาความจำเป็น และ ความจริง ณ ปัจจุบัน เป็นที่ตั้ง ..พิจารณาว่างานที่เขาเสนอมาใหม่นั้น ถ้าเราจะไม่รับ แล้วจะตั้งตาหาที่ฝึกงานใหม่ มันจะคุ้มมั้ย..  ..แล้วเราก็ตัดสินใจ รับงานที่เขาเสนอมา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ แต่
    ชีวิตจริง ..มันไม่ง่ายเหมือนที่เราวาดฝัน
     
              เจอเรื่องนี้แล้ว ยิ่งตระหนักถึงเรื่องที่เราเคยเขียนเป็นบลอคไปแล้วเรื่องหนึ่ง คือเรื่องที่ว่า ชีวิตเรา มันมักมีอะไรมาทดแทนกันอยู่เสมอ ..ก่อนหน้าที่เราจะได้รู้ข่าวการเปลี่ยนแปลงเรื่องฝึกงานนี้  เราเพิ่งดีใจกับเรื่องที่วารสาร Voice ของจุฬาฯ เอารูปเดี่ยวเราลงในวารสารอยู่เลย.. เหอๆ ตลกดีนะ  ว่าแล้วก็ยังไม่เห็นรูปตัวเองเลย  ..หะๆ น่าเกลียดว่ะ  ..หะๆ
     
     
    ชีวิตไม่สิ้น ก็ดิ้นกันไป.
     
     
     
    **แล้วมันก็ยังไม่จบ  ณ เวลานี้ 15.37   ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ชั้นเหมือนโดนฟ้าผ่าใส่ซ้ำครั้งที่สอง  งานที่เขาเสนอมาเมื่อวาน แล้วเราเพิ่งอยากได้วันนี้ ..มันไม่มีอยู่แล้ว .. เราตัดสินใจผิดพลาด  ..ช้า...  เกินกาล  ..  เหมือนจะร้องไห้ แต่น้ำตามันไหลอยู่ข้างใน   ไม่อาจโทษใครได้   ..เราเอง  ..ผุ้เดียว
     
    นี่คือ  ..ชีวิตของฉัน ณ ตอนนี้..
     
     
     
    ***วันนี้ วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน   ...ซือได้โทรมาบอกว่าที่บริษัทรักลูกเขาโอเคกับเราแล้ว เริ่มฝึกงานได้วันจันทร์เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ
              เฮออ ..  ดีใจนะ  ..หรือว่า อย่างน้อยก็ โล่งใจอ่ะ  ได้ซะที   เมื่อวันที่เราไปบริษัทรักลูกมา เราไม่ได้มาอัพเพราะว่าช่วงนั้นอารมณ์เราแย่มาก คือ ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรอ่ะ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
              เมื่อวันพุธหลังจากที่เราอัพเป็นตัวอักษรสีส้มไปข้างบนแล้วนั้น เราก็ได้คุยกับอาจารย์หลายท่าน โดยเฉพาะอาจารย์กรรณิการ์ ท่านก็ได้แนะนำถึงที่ฝึกงานที่ซือไปฝึกตอนช่วงปิดเทอมมา นั้นคือ บริษัทรักลูก เราก็เลยถามซือว่าเป็นอะไรยังไง ก็ต้องขอบใจซือมากที่ได้ช่วยอย่างเต็มที่จริงๆ ขอบใจมากๆ แล้วเราก็ได้รับคำแนะนำจากทั้งอาจารย์กรรณิการ์และซือว่า เราควรจะเข้าไปที่บริษัทด้วยตนเองเลยในเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะเรื่องราวจะเป็นยังไงจะได้รู้กันไปเลย แล้วซือก็จัดการโทรนัดติดต่อพี่ที่ทำงานไว้ให้ทุกอย่าง ..ขอบใจมากกก..  เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ต้องตื่นแต่เช้า เดินเท้าไปป้ายรถเมล์หน้าดังกิ้นสยาม  ..ไกลและ เหงื่อออก ..เหอๆ  ยืนรออยู่แปปนึง สาย 16 แบบแดงก็มา ก็ขึ้นไปจ่ายเจ็ดบาทแล้วก็บอกกระปี๋ให้ช่วยบอกหน่อยเมื่อถึงแยกประชานุกูลที่เราจะลง ..ก็ดีนะ ได้นั่งรถเที่ยวเล่น ไกลๆ ..เหอ ๆ  แถมไม่แอร์อีกต่างหาก.. หะๆ แล้วก็นั่งไปจนดูเวลาว่ามันใกล้ 45 นาทีอย่างที่ซือบอกมาแล้วเราก็เตรียมตัว มองนั่นมองนี่ ..แล้วกระปี๋ก็มาบอกให้เราลงตรงที่ๆนึง ก็ลง ก็เดินข้ามถนน แล้วก็เดินเข้าซอยรัชดาภิเษก35อย่างที่ซือบอก ก็เจอกับบริษัทสวยๆ ดูเป็นกันเองบริษัทนึง เจอยามก็แลกบัตร ดูยามใจดีดีนะ ..แล้วก็เดินขึ้นบันไดไป ..(ทำไมชั้นเล่าละเอียดจังว่ะ)  ..เอาเป็นว่า ได้คุยกับพี่ปุ้ม ไม่ใช่พี่ปูอย่างที่ซือบอกไว้  แต่ก็ไม่เป็นไร ..คุยไปเรื่อยๆ พี่เขาก็บอกนะว่าพี่ถามเยอะ เราก็ไม่เป็นไร เราก็ว่าดีแล้ว มันจะได้ได้อะไรที่เหมาะกับทั้งเราและเขาด้วย ..คุยไปเรื่อยๆ ก็มาลงตรงที่เราเหมาะกับฝ่ายนิตยสาร แล้วพี่เขาก็ให้เลือกว่าตัวเองเหมาะกับนิตยสารเล่มไหนในสี่เล่มที่บริษัทเขาทำอยู่ ก็มีรักลูกที่วิชาการจ๋า, Modern Mom ที่ไม่วิชาการมาก เข้าใจง่าย ยุคใหม่, She's smart ที่ตอนแรกเรายังไม่เข้าใจดีว่าเป็นหนังสือแบบไหน ค่อยมาอ่านในเวบทีหลังว่า เป็นนิตยสารเหมาะกับผู้หญิงที่มีอายุ 30 ขึ้นไป (เพิ่งมารู้ตัวว่าไม่เหมาะกับตัวเอง หะๆ ตอนแรกเกือบเสี่ยงแล้ววว..) แล้วอีกเล่มเป็นKids and School ก็ตามชื่อ  ..แล้วเราก็บอกพี่เขาว่าเราไม่ค่อยจะวิชาการเท่าไหร่ พี่เขาก็เลยว่าเป็น โมมัม ดีมั้ย เราก็โอเค ..ได้ครับ แล้วก็กลับ.. (ตอนกลับนั่งรถยูโรยี่สิบบาท เจอน้องซอสด้วย เมาท์กันตลอดทาง)
              แล้วเย็นนั้นพี่เขาก็โทรมา แต่เป็นเบอร์มือถือ ซึ่งเราไม่ได้รับ เพราะมีเหตุจำเป็นบางประการ..  แล้วก็อย่างที่บอก ซือโทรมาบอกตอนประมาณบ่ายสอง ..จากนั้นอารมณ์เราก็เปลี่ยนไป ..มันรู้สึกโล่งขึ้นมาจริงๆนะ  ..อยากจะขอบคุณซือสักพันครั้งได้ ..เหอๆ 
     
     
    แล้วชั้นก็มีที่ฝึกงานซักที...................โมเดิร์น มัม เดี๋ยวผมไปทำงานด้วยนะครับบ  ..ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง  แต่ก็จะอดทนให้ได้มากที่สุดน้า....................
     
    ขอบคุณทุกๆคนมากน้า......................
    June 06

    5 มิถุนายน 2550

              ว่าไปแล้วเราเป็นคนที่ชอบตื่นมาพร้อมกับเสียงเพลงในหัว ..มีใครเคยเป็นมั้ย ประมาณว่า ตื่นขึ้นมาแล้ว ปากมันก็ร้องเพลงๆ นึงออกมา เราเป็นเกือบทุกวันเลยนะ โดยเฉพาะกับวันที่นอนอย่างเต็มอิ่ม  ..อย่างเช่นวันนี้ เป็นเพลง I started a joke อยู่ๆก้อนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา ไม่ได้ฟังมานานแล้วนะ แต่เพิ่งร้องคาราโอเกะไปนิดๆ แบบไม่จบเพลง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ..  แต่พอตื่นขึ้นมาได้อีกสักพัก ระลึกถึงฝันที่ผ่านมาได้ เป็นฝันที่บอกให้เรารู้ว่า คนที่เราแอบหมายปองอยู่นั้น เขาไม่ได้มีใจ หรือว่าคิดอะไรกับเราเลย  ก็เลยนึกถึงเพลงอีกเพลงหนึ่งขึ้นมาได้ นั้นก็คือ เพลง ไม่มีหัวใจทำไมไม่บอก  นึกขึ้นได้ดังนั้น ก็ลุกขึ้นเปิดคอม เปิดเพลงนี้ทันที ให้มันโดนกลางใจกันไปเลย  ..เฮออ  ขอให้ฝันร้ายกลายเป็นดีเถอะ เพี้ยง ..คุ้กกี้ข้าวโอ๊ตจะได้มีเครื่องเคียงซะที
              ลงมากินข้าวตอนกลางวันก็เดินตรงไปร้านประจำ เจอเจ้ที่ซึ้กันพอดี เป็นเจ้าของร้านด้วย เลยขอหมูตุ๋นที่มีแต่กระดูกอ่อนมากินเต็มชาม ..ฮะฮ่า  อร่อยไม่ไหวแล้ว
              แล้ววันนี้เกือบทั้งวันก็หมดไปกับดอทเอ เฮอ  ..ตุ๊ดเนาะ ไฟต์กันมาก ไปซื้อฮับมาต่อเล่นกันโดยตรง คราวนี้ก็ไม่ต้องง้อเนตหอกระตุกๆอีกแล้วว ..ดีนะ ที่เทอมนี้ไม่มีเรียน  ไม่งั้นช้านก็เกรดตกล่ะ.. หะๆ
              เอ่อ   วันนี้ตอนเดินกลับจากซื้อชอคโกแลตที่สหกรณ์กิน ก็เดินผ่านโรงอาหาร ผ่านด้านนอกนะ ก็เห็นใครคนหนึ่งอยู่ด้านในโรงอาหาร หน้าคล้ายน้องเอก ที่ทำบ้านคุ้มด้วยกัน แต่ว่ามันไม่ชัด เพราะมันมีตะแกรงกันอยู่ ก็ว่าคล้ายๆจะใช่ แต่ผมสั้น ซึ่งก็เหมือนกับอีกคนๆหนึ่งที่เราคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จัก ก็เลยตัดใจว่า คงไม่ใช่หรอก เพราะว่าถ้าไม่งั้นเดี๋ยวหน้าแตก  อิอิ  แล้วก็คิดไว้ว่า ถ้าเล่นเอมเจอตอนกลางคืนก็ว่าจะลองถามดูว่าใช่น้องเอกรึป่าว ปรากฏว่า น้องเอกเข้ามาทักก่อนว่า พี่โอ๊ตไม่เห็นผม เหอๆ นั้นไง ตัดผมจริงๆด้วย  ขอโทษน้า.. ไม่กล้าอ่ะ เพราะไม่ชัวร์ ..แล้วตอนคุยเราก็หยอดน้องเอกไปหลายที (ตามสไตล์...)  แต่อยากบอกน้องเอกไว้ตรงนี้เลยนะจ้ะ ถ้าได้อ่าน ว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกะน้องเอก พี่ก็พูดไปงั้น สิ่งที่พี่กลัวก็คือ น้องเอก จะเผลอมามีใจให้พี่น่ะสิ  ..อิอิ  ไม่งั้นพี่จะเซย์เยสนะ  หะๆ ..