Oatto's profile:: O@t Place ::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
August 29 อยู่บ้านกับอาหารเพื่อสุขภาพโอ๊ย ท้องเต่งมากกกก น้ำพริกกะปิ ปลาทู ผักทอด ทุกอย่างฝีมือแม่ อร่อยมากกกก ไม่อยากจะคุยนะเนี่ย ใครมีแม่เราเป็นแม่รับรองอ้วน ดีนะที่เราควบคุมตัวเองได้ อิอิ แต่พี่ๆ เรามันอ้วนกันไปหมดแล้วล่ะ ใครจะอยากมีแม่คนเดียวกับเราบ้างน้าา.. 55 เพ้อเจ้อละข้าวโอ๊ต กลับมาถึงบ้านเมื่อวานตอนกลางคืน กลับมาเจอลูกหมาตัวใหม่ ไม่ไหวแล้ว พุดเดิ้ลสีดำตัวเมีย มันเจอเราเหมือนรู้จักกันมานาน เข้ามาเล่นด้วย แล้วก็เล่นกันทั้งคืนเพราะเวลากลางคืนมันจะคึก 55 เราเลยกลายเป็นของเล่นใหม่ให้มันไปแล้ว ตอนเข้านอนก็นอนห้องพ่อแม่เช่นเคย เพราะห้องเราถูกยึดเป็นห้องแต่งตัวไปเรียบร้อยตั้งแต่เราหนีออกจากบ้านไปกรุงเทพ (เวอร์แมะ ก็แค่หนีจากมัธยมไปสู่อุดมศึกษาไง) เข้านอนเมื่อคืนก็ได้ยินแต่เสียงจั๊กจั้นเรไรเต็มไปหมด เหมือนนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติขุนเขาลำเนาไพร เพราะว่าเมื่อคืนไม่ได้เปิดแอร์ เนื่องมาจากฝนเพิ่งตก อากาศดีเชียว บ้านเราเหมาะกับการมาพักผ่อนเพื่อชาร์ตพลังจริงๆ เข้านอนช้าไปหน่อย เลยตื่นสาย คืนนี้ว่าจะนอนเร็วๆ เพราะว่าพรุ่งนี้อยากตื่นเช้า สูดอากาศบริสุทธ์ แล้วจะได้ใส่บาตรด้วย จะดำรงตนเป็นคนเฮลท์ตี้ให้ได้มากที่สุดเมื่อมาอยู่บ้าน วันนี้อ่านเอกสารฉบับหนึ่งที่วางกองอยู่ที่บ้านนานแล้วแต่เราไม่ได้สนใจ เราได้มรรคผลจากการฝึกงานเป็นการอยากรู้อยากอ่านทุกสื่อสิ่งพิมพ์มาจึงหยิบขึ้นมาอ่านอย่างไม่รอช้า เพราะรู้ด้วยว่าเนื้อหาภายในเป็นเรื่องของการรักษาสุขภาพ จนได้สูตรอาหารเช้าเพื่อสุขภาพมาหนึ่งสูตร เราอยากกินอาหารเช้ามากอยู่แล้ว แล้วพอมาเจอสูตรนี้ยิ่งเพิ่มความอยากกินเข้าไปใหญ่ เพราะว่าอาหารเช้าสำคัญมากนะ..โอ๊ดว่าทุกคนคงรู้ถึงผลประโยชน์ของมันดีแระ แต่ว่าอยู่ที่ใครจะทำได้รึเปล่า โอ๊ดกะลังพยายามจะทำให้ได้อยู่ สูตรนั้นคือ โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว ซึ่งสรรพคุณมีมากมายขี้เกียจพิมพ์ ใครอยากอ่านไว้หลังไมค์ แล้วเดี๋ยวโอ๊ดจะเอาเอกสารเล่มนี้ไปไว้ที่ห้องด้วย ประโยชน์เยอะจริงๆ สำหรับเมนูนี้ สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเรามีอยู่หนึ่งอย่างคือ นมสด แต่การตัดสินใจจะกินครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อเปลี่ยนตัวเองใหม่ เพราะเราเห็นคุณค่าและประโยชน์ของนมสดมานานแล้ว และคิดว่าในอนาคต วิถีชีวิตของเราอาจต้องเปลี่ยนไป อาจต้องเกี่ยวเนื่องกับนมสดได้บ่อยๆ ดังนั้นเริ่มฝึกกินไว้เลยดีกว่า นมรสจืดนี้ เป็นอย่างที่สองที่เราตัดสินใจจะกิน หลังจากไม่กินมาตั้งแต่เด็ก อย่างแรกเลยคือ มะระ ช่วงนี้เราเป็นคนไม่เชื่อความเคยชินที่เป็นมาตั้งแต่เด็กก็เลยต้องทดลองสิ่งที่เคยไม่กิน หรือรู้สึกว่าไม่ชอบมา ดังนั้นการทดลองครั้งที่สองนี้จะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอติดตามผลในวันพรุ่งนี้ต่อไป ..ตอนนี้ขอตัวไปดูพี่เคนกับเจนนี่ก่อนนะ ..ว่าแต่คิดถึงจัง .. August 28 DotA มั้ยแสดดด..819 CLUB SOCIETY ver.DotA Mania
หากคุณคิดว่าตัวเองมีความสามารถและ เปรี้ยว! พอ มาร่วมเป็น God Like! ไปกับพวกเราสิ
ถ้าเห็นแล้วคัน คลิกเลย! August 19 (กลับ) CONVERSE
*ข้อแนะนำสำหรับการอ่านบลอคนี้
1. ไม่อยากให้คุณใช้เทคนิคกวาดสายตาที่คุณเพิ่งได้อ่านมาจากหนังสือ 'อัจฉริยะสร้างได้' ของคุณวนิษา เรซ (เพราะโอ๊ดคิดว่าแค่กวาด สิ่งที่ได้จะหลุดไปแค่เปลือก) 2. อยากให้ 'ค่อยๆ' อ่าน 3. อยากให้เข้าใจว่าการแยกเป็นข้อๆ ของคำแนะนำการอ่านบลอคนี้มันมีความสำคัญ..ในตัวของมันเอง เช้าวันอาทิตย์ ตื่นขึ้นด้วยความเคยชินจากเช้าอื่น
หัวอยู่ทางหาง หางอยู่ทางหัว
ตื่นขึ้นมาโดยมีตัวอยู่ตรงกลาง แต่เปลี่ยนไปที่ทิศทางของหัวและเท้า
มันกลับกัน
นอนหลับไปพร้อมเพื่อนชื่อ 'เพลีย' ระหว่างร่วมหันหัวนอนดูโทรทัศน์ด้วยกัน
ตื่นเช้า เพลีย..เขาหรือเธอคนนั้น(เราไม่รู้ว่าเขาเพศอะไร และไม่สนใจอยากรู้ เพราะมันไม่สำคัญ) ไปแล้ว
ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมห้องชื่อ จิ้น ที่ช่วยปิดโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ให้
เมื่อวานเราได้ของแถมจากที่ฝึกงานเป็นการไปเยี่ยมโรงพิมพ์ที่บริษัท รักลูก ใช้บริการอยู่
ถ้าไม่นับการต้องนั่งรอนานๆ (ไม่นับอยู่แล้วเพราะมันไม่ใช่ตัวเลข) การที่พี่เขากับเจ้าหน้าที่พาเราเดินทัวร์ทั่วโรงพิมพ์นั้น เปรียบเหมือนเราเป็นผู้บริหารคนใหม่ของที่นี่ ที่จะต้องรู้จักแต่ละฝ่าย แต่ละส่วนให้ดีซะก่อน ต้อนรับดีเกินชื่อ 'พิมพ์ดี' ที่คิดว่าต้องพิมพ์ดีอย่างเดียว ตัวหนังสือมากมาย ไหลลงบนกระดาษ กระดาษก็ไหลไปตามสายพาน กลายเป็นเล่ม
หนังสือมากมายที่คนทำงานได้สัมผัส..แค่เปลือก พนักงานค่อนร้อยกับหนังสือวันละเป็นพันเป็นหมื่นเล่มตรงหน้า
พวกเขาช่างเหมือนกับช่างตีทองที่ได้คลุกคลีอยู่กับสมบัติล้ำค่า..ที่เป็นของผู้อื่น จะมีบ้างไหมนะที่จะมีพนักงานสักคนแบ่งเวลามาอ่าน 'งาน' ของตัวเอง
การไปทัศนศึกษาครั้งนี้ของเราเหมือนกับการไปเยี่ยมชมโรงงานทำเครื่องประดับของผู้ที่เห็นวัตถุสิ่งของมีค่ากว่าจิตใจ
หนังสือ สำหรับเรา มันเหมือนกับ เครื่องประดับ ของคนพวกนั้น
หมายเหตุ พิมพ์ดี ต้อนรับเราดี แถมหนังสือดีๆ กลับมานอนกอดให้ฝันดี
(กลับ)
CONVERSE
จบแล้วสำหรับการฝึกงานของเรา
ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของงานที่จะฝึกเรา
การฝึกงานทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต
การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดการปรับเปลี่ยน
การปรับเปลี่ยนทำให้เกิดการเปลี่ยนไป นานวัน การเปลี่ยนไปทำให้เราเฆญชิณ.. ฆวามเฆญชิณ ทำให้เราหน่าย กาญเปรี่ญณแปรง
เมื่อเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสุดท้ายที่แปลงก็เปลี่ยน
ฝึกงานเสร็จรูปแบบการดำเนินชีวิต 'กลับ' มาเป็นเหมือนเดิม แต่จะมีใครรู้ใครวิเคราะห์ว่าไม่มีใครเป็นเหมือนเดิมได้หรอก "ไม่มีใครที่สามารถเหยียบเท้าลงแม่น้ำสายเดิมได้ถึงสองครั้ง" เป็นปรัชญาที่เราเรียนตอนปีหนึ่งวิชาสังคมและวัฒนธรรม
มันแปลว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่ ไม่สายน้ำเส้นนั้นแปลงเปลี่ยนไป ก็คนเรานิ่ล่ะที่ใจเปลี่ยนแปลง ณ ตอนนี้เมื่อวงจรการเดินของกายได้กลับมาเป็นเหมือนสามเดือนที่แล้ว
ใช่ว่าการเดินของใจจะกลับมาเหมือนเดิม เส้นทางของกายอาจเป็นดังเช่นนาฬิกา แต่เส้นทางของใจกลับเหมือนเวลา
นาฬิกาเดินเป็นวงกลมย้ำทางเดิม เวลาเดินเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ ..แม้อยู่ด้วยกันแต่มีวิถีที่ต่างกัน เมื่อใจเดิน จะเก็บเกี่ยวดอกไม้แห่งประสบการณ์รอบตัวไปด้วย
เก็บ คัดเลือก ทิ้งบางส่วน เก็บบางส่วน แม้มีดอกไม้เพิ่มขึ้นมาเพียงหนึ่งดอก ใจก็เปลี่ยนแปลงแล้ว ใจใครใจมัน
ใจใครชอบดอกไม้กลิ่นฉุน ใจนั้นมักฉุน ใจใครชอบดอกไม้กลิ่นหอม ใจนั้นมักหอม ..แต่บางใจก็ชอบทั้งกลิ่นฉุนและหอม
ส่วนใจเราไม่รู้เป็นไง ต้องให้คนอื่นมองมาเอง เพราะเรามีดอกไม้แห่งประสบการณ์อยู่ทั่วตัวเต็มไปหมด
เมื่อกายเรา 'กลับ' มาเส้นทางเดิม ใจเราก็ 'กลับ' เดินต่อและพร้อมที่จะใช้ดอกไม้ที่มีอยู่ช่วยตกแต่งทางเดินของกายสายเก่านี้ด้วย.
Thank You Part
ภาคขอบคุณ
ขอบคุณพี่ที่ฝึกงานทุกคน ไล่มาตั้งแต่
พี่จ๋า พี่ปุ๋ย พี่โอ๋ พี่ดอย พี่ตั้ก พี่เกด พี่หมูแดง พี่แกว พี่ต่าย พี่หญิงพี่ พี่หญิงน้อง พี่ปุ๊ก พี่กันต์ พี่แมกซ์ พี่หนู พี่แอ๊บ พี่โจ๊ก พี่ฝน แฟนพี่ฝน พี่ปู พี่ปุ้ม พี่นาเดีย และพี่อีกหลายๆ คนที่เขียนชื่อไม่ได้หมดนะครับ Thank you for everything!
ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักที่ทำงานที่อบอุ่นอย่างนี้ ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักงานในสายนี้ ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักการทำงานในชีวิตจริง ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักการรักษาสุขภาพด้วยการตื่นเช้าและกินมื้อเช้า ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักหนังสือดีเยอะมากกกก ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้ว่าบางทีบนโลกนี้ เราก็เลือกอะไรไม่ได้เลย ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้รู้จักตัวตนของโอ๊ดมากขึ้น ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดเติมเต็มแพลนในอนาคตของโอ๊ดที่ว่างอยู่ช่วงหนึ่ง ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดมีความสนใจในการเป็น 'คนเขียนหนังสือ' มากขึ้น ฯลฯ ขอบคุณมากครับ สำหรับของขวัญชิ้นนั้น ประทับใจมั่กมาก Special Thanks
ขอบคุณอาจารย์กรรณิการ์สำหรับการเป็นอาจารย์นิเทศและการช่วยส่องแสงบนทางมืดๆ เมื่อยามที่โอ๊ดมองอะไรไม่เห็นด้วยครับ ขอบคุณซือในการที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาที่ดีเสมอ ขอบคุณสำหรับแรง 'บันไดจาน ' จากคุณนิ้วกลมที่เราไม่เคยคุยกัน แต่โอ๊ดอ่านคุณจากหนังสือ 'อิฐ' ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ส่งผลต่อชีวิตไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ..ขอบคุณที่ทำให้โอ๊ดได้มีดอกไม้ช่อใหญ่ในมือครับ สุดท้ายขอบคุณผู้อ่านที่อ่านมาจนถึงจุดที่อยู่ท้ายสุดของประโยคนี้.
August 13 จดหมายถึงดวงดาวดึกมากแล้ว สำหรับคืนนี้ ที่ข่าวว่าจะมีฝนดาวตก 'เปอร์เซอิด' ที่มีความเป็นรองแค่ 'เลโอนิด' เท่านั้น ตีสีกว่าๆ ตามที่หนังสือพิมพ์รายงานว่าจะเป็นช่วงที่ดาวจะตกถี่มากที่สุด เรานั่งบนเตียงในห้องมืดๆ มองออกไปนอกหน้าต่างข้างเตียง ซึ่งพอดีเป็นมุมที่จะเห็นดาวตกตามที่หนังสือพิมพ์บอก นั่งในท่าแปลกๆ เพราะต้องมองในมุมแปลกๆ ผ่านมุ้งลวดและบานเกล็ด ไม่มีวี่แววของสรรพสิ่งอื่นใดนอกจากแสงไฟของห้างสรรพสินค้าย่านกลางเมือง แล้วสิ่งที่เราเฝ้ารอ ..เราก็ไม่ได้สัมผัส หรือทุกสิ่งที่เราตั้งความหวัง ..มันจะไม่มีวันเป็นจริงเลยนะ.. แอบถามตัวเอง ความมั่นใจในตัวเองหล่นหายไปกับเรื่องราวที่ดำเนินผ่าน ยังนอนไม่หลับ ภาพฉากจากภาพยนตร์ชีวิตเริ่มฉายอีกครั้งในหัว เสียง สัมผัส ชัดยิ่งกว่าความคิด
..เดินออกไปที่ระเบียง ตึกกรุงเทพดูสงบงามค่ำคืน พวกเขานอนกันอยู่ หรือว่า พวกเขาทำสมาธิกันนะ มันคงเป็นวิธีที่ช่วยผ่อนคลายความเป็นชีวิตเมืองของพวกคุณตึกเหล่านี้ได้ สวัสดีจ้ะ คุณตึกทั้งหลาย... พวกคุณไม่ได้นอนกันอยู่ใช่ไหมล่ะ พวกคุณดูสงบมากเลยนะ พวกคุณแต่ละคนถึงแม้จะตั้งอยู่ใกล้กันบ้าง ไกลกันบ้าง รูปร่างคล้ายกันบ้าง แต่ฉันรู้สึกว่าพวกคุณไม่ค่อยรู้จักกันดีเท่าไหร่นะ เหมือนกับตัวฉันเลย ที่มีเพื่อนเยอะมาก ..แต่บางที บางเวลา บางความรู้สึก ฉันก็รู้สึกว่า ฉันไม่ได้รู้จักพวกเขามากพอเลย มันคงเป็นบริบทของชีวิตเมืองมั้ง ..หรือฉันคิดไปเอง แต่ยังไงซะ ฉันว่านะ พวกเราอ่ะ ก็ทำสิ่งที่ดีแก่คนอื่นไว้ก่อนดีกว่า เพราะพ่อแม่ฉันสอนมาว่า ถ้าอยากให้คนอื่นทำกับเรายังไง ก็จงทำแบบนั้นกับคนอื่นด้วย ฉันรักพ่อแม่ของฉันจัง ฉันรู้นะ ว่าถึงแม้ฉันจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นกับชีวิต พวกท่านก็จะยังอยู่เคียงข้างฉัน บางทีก็ให้ฉันนำหน้าด้วยล่ะ เพราะว่าท่านอยากให้ลูกๆ ได้ผจญภัยในชีวิตจริงยังไงล่ะ ฉันรักพ่อแม่ของฉันจัง เหมือนกับที่ฉันรักพวกตึกอย่างพวกคุณนี้ไงล่ะ เป็นเพื่อนคุยกับฉันได้ดี ตอนที่ฉันไม่รู้และไม่อยากที่จะคุยกับใคร ฉันรักพวกคุณเหมือนกันนะ ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันต่อไป ฉันก็ไม่กลัวแล้วล่ะ ในวันหนึ่งที่ตัวตนของฉันหล่นหาย .. ฉันจะพยายามกู้กลับคืนมา
แต่ถึงยังไง เขาก็ตกให้ฉันเห็นแล้ว เหมือนกับจะเป็นกำลังใจให้ฉัน
ฉันรู้แล้วล่ะว่าถึงแม้อาจจะช้าหน่อย อาจต้องใช้ความอดทนมากสักนิด แต่ยังไงซะ 'ความหวังย่อมนำมาซึ่งดวงดาว'
August 12 สิ่งที่ฉันเรียนรู้
จากเหตุการณ์ครั้งนั้น สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้
1. ทุกคนมีความเป็นตัวเอง
2. เราต้องยอมรับทุกคนให้ได้
3. โดยใช้ความกรุณาและความเข้าใจ
สำหรับตัวละครทุกๆ ตัว จงยอมรับตัวละครอื่นๆ ให้ได้ ..รวมทั้งตระหนักถึงความเป็นตัวเอง
และอีกหนึ่งสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ อยู่ในเพลงนี้ August 09 เหตุเกิดที่ร้านช็อกโกแลต
หนังสือ : Chocolat chaud a' Paris : เหตุเกิดที่ร้านช็อกโกแลต
ผู้เขียน : วรินดา อลอนโซ ด้วยรูปแบบหน้าปกที่เตะตาเราทั้งรูปช็อกโกแลตและลวดลายกราฟฟิคที่ดูแล้วนึกว่าเป็นหนังสือความรักกุ๊กกิ๊กธรรมดาที่ปกติเราไม่อ่าน แต่ด้วยที่เป็นแนวเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการไปทำงานในร้านขายช็อกโกแลตของตัวละครเอกที่ปารีส เมืองแห่งความโรแมนติกไฮโซ เราก็เลยไม่ลังเลที่จะอ่านเล่มนี้ เพราะยิ่งไปกว่านั้น 'เรารักช็อกโกแลต' อยู่แล้ว
เมื่อได้อ่านไปแรกๆ ก็รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของตัวหนังสือดี ผู้เขียนรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ตรงไหน เราสามารถรับรู้ได้หมด และบรรยายรายละเอียดของสถานที่ได้อย่างชัดแจ้ง จนแอบคิดว่านี้มันเป็นเรื่องจริงป่าวว่ะ ทำไมมันรู้รายละเอียดเยอะจังว่ะ แอบชื่นชมข้อดีอันนี้อยู่
เราจัดว่าเป็นหนังสือที่ได้อ่านเรื่อยๆ อ่านไปได้ดีทีเดียว มีภาษาฝรั่งเศสมาให้เราเรียนรู้อยู่เป็นระยะๆ ตลอดเล่ม
แรกๆ จะรู้สึกว่าเป็นหนังสือความรักกุ๊กกิ๊กทั่วไป แต่ก็มีอะไรที่น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อเลย
จนถึงตอนจะจบ ... เรานั่งอยู่ในรถเมลล์ขณะจากกลับจากที่ฝึกงานด้วยปากที่เปิดอ้า ค้างอยู่อย่างนั้น ..นาน....... อึ้งครับพี่น้อง โอ้ว ..เป็นการหักมุมชั้นเลิศ เพราะเราไม่เคยระแวงสงสัยมาก่อนเลย ..
และพอถึงตอนจบก็สามารถสะกดน้ำตาเราให้มันไหลออกมาได้
ขอนิยามหนังสือเล่มนี้สั้นๆ ว่า
"ปกกุ๊กกิ๊ก
เรื่องเด่นรายละเอียด ตีบทแตก จบน้ำตาไหล" ใครมีโอกาสว่างๆ ก็อ่านเล่นๆ ดูนะ รับรองว่าเมื่อคุณถือหนังสือเล่มนี้เดินไปเดินมา คนรอบข้างจะคิดว่าคุณ 'หญิงสุดๆ ' แต่จะบอกว่าความคิดของคนอื่นจะมีค่ามากไปกว่าความรู้สึกของเราได้ยังไงล่ะ ..จริงไหม August 06 วันนี้ ๖ สิงหา ๕๐"เชื่อมั่นในตัวเองก่อน แล้วลูกค้าถึงจะเชื่อมั่นใจตัวเรา"
คือคำพูดที่เราชอบจากหนังสือ 'เหตุเกิดที่ร้านช็อกโกแลต' เป็นคำสอนของผู้ฝึกสอนตัวเอกของเรื่องเมื่อต้องไปทำงานเป็นพนักงานขายที่ร้านช็อกโกแลตไฮโซในปรารีส เราชอบที่มันสื่อถึงงานบริการที่เราชอบ แล้วเราว่ามันสามารถเอามาประยุกต์กับหลายเรื่องในชีวิตได้นะ
จะดีใจดีไหมเนี่ย เพียงอีกแค่ 8 วันเท่านั้น ที่จะเป็นฝึกงานของเรา ใจหนึ่งก็ดีใจที่ไม่ต้องรีบนอนตื่นเช้าอีกแล้ว แต่อีกใจก็เสียดายที่จะหมดช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นี่แล้ว ที่นี่ให้เราอะไรกับเรามาก..ถ้าเอามาคิดดูดีๆ
วันนี้เพิ่งได้อ่านเมลล์ที่พ่อเขียนถึงพี่ณัฐและเรา เพิ่งรู้ว่าพ่อเราก็เขียนเก่งเหมือนกันนะเนี่ย ไม่น่าเชื่อ 55 (เหมือนลูกเลยนะพ่อ อิอิ)
เรื่องนั้นใช่ว่าทำแกล้งลืมไปแล้วนะ ลืมไม่ได้หรอก เรื่องแรงขนาดนั้น แต่ขอเวลาอีกสักหน่อย รอทุกๆ คนที่รวมถึงเรา "โต" ขึ้นก่อน มีความคิดสมบูรณ์มากกว่านี้อีกหน่อย และภารกิจของเรามันยังไม่สมบูรณ์ ขอทำอะไรอีกอย่างก่อน ..ถ้าเกิดเห็นสิ่งดีที่จะช่วยพัฒนาผู้อื่นได้อีกต่อหนึ่งละก็ จะไม่ลืมอัพให้หรอก แต่ถ้าจะเขียนไปก็รังแต่จะประจานทั้งตัวเอง ทั้งอีกฝ่าย ทั้งผู้ร่วมรับรู้ ก็ไม่ขอเขียนดีกว่า คุยเรื่องเครียดๆ แล้วมาคุยเรื่องกุ๊กกิ๊กความรักดีกว่า อิอิ ทำไมความรักเรามันต้องโบรคแบคด้วยว่ะ (ไม่ใช่นะ ไม่ใช่นะ สำหรับคนที่รู้ว่าชั้นชอบใครอยู่ ..ไอ้คนนั้นมันไม่ได้แอบไปดูหนังกับชั้นเหมือนคู่ที่ผ่านมาแต่อย่างใด) แต่ที่เป็นโบรคแบคคืออารมณ์แบบไม่ชัดเจนอ่ะ เหมือนจะมา แต่ก็เหมือนไม่กล้า หรือเหมือนจะยังตัดสินใจไม่ได้ ไม่แน่ใจในความเป็นตัวเองอะไรอย่างเงี้ย (ขอไม่ใช่อีกทีนะ อย่าคิดไปไกลสำหรับไอ้คนนั้น ..มันไม่มีอะไรหรอก) เออ นั้นแหละ ..จะพูดเหมือนว่าชั้นจะมีคนเข้ามาเยอะมาก ขนาดกล้าพูดได้ ..ก็ไม่ได้อะไรอย่างนั้น ..ก็จุบจิบ แต่ก็อย่างที่บอก ..แม่งไม่มีใครชัด เซ็ง.. 555 August 04 ๓ สิงหาคม ๒๕๕๐
เลือกเป็นคนที่รักเธอ
ก็รู้ดีว่าฉันนั้นเป็นเพียงคนที่รักเธอ
ไม่ใช่คนที่เธอรัก และมั่นใจ ว่าใครที่ใกล้เธอก็คงเหมือนกัน ไม่แปลกเลยที่เป็นอย่างนี้ ฉันก็เป็นแค่คนหนึ่ง ที่ขอแค่มองเธออยู่ และพอใจแค่เพียงเท่านี้ จะเป็นไรไป หากจะรักคนดีๆ ถ้าเธอนั้นไม่รักฉัน บอกใจว่ามันก็คงไม่สำคัญ ก็เพราะเธอน่ารัก ฉันเลยต้องรัก ก็ไม่จำเป็น ต้องห้ามหัวใจ แค่เพราะว่าอยากรัก ไม่กลัวจะต้องเสียใจ ไม่ว่าจะยังไง เลือกแล้วว่าจะเป็นคนที่รักเธอ ก็รู้ดีว่าความคิดของเราคงไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไรฉันไม่แคร์ แค่รักเธอ แต่เธอนั้นไม่เคยคิดจะรักกัน ไม่ได้แปลว่าต้องเสียใจ ฉันก็เป็นแค่คนหนึ่ง ที่ขอแค่มองเธออยู่ และพอใจแค่เพียงเท่านี้ จะเป็นไรไป หากจะรักคนดีๆ ถ้าเธอนั้นไม่รักฉัน บอกใจว่ามันก็คงไม่สำคัญ ก็เพราะเธอน่ารัก ฉันเลยต้องรัก ก็ไม่จำเป็น ต้องห้ามหัวใจ แค่เพราะว่าอยากรัก ไม่กลัวจะต้องเสียใจ ไม่ว่าจะยังไง เลือกแล้วว่าจะเป็นคนที่รักเธอ |
|
|